Page 409 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 409

H43

                            โครงการส่งเสริมทันตสุขภาพในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ศพด.) อบต.นบพิตำ

                          (Noppitum Model) อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช ปี พ.ศ. 2567



                                                                                      นางสาวกานต์การุณ ศรทอง
                                                          โรงพยาบาลนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช เขตสุขภาพที่ 11

                                                                                                           ประเภท วิชาการ


                  ความสำคัญของปัญหาวิจัย

                           ปัญหาสุขภาพช่องปากของเด็กก่อนวัยเรียน เป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญ ก่อให้เกิดผลเสียต่อ
                  สุขภาพอนามัยของเด็ก จากรายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ  ครั้งที่ 9 พ.ศ. 2566 พบว่า

                  เด็กอายุ 3 ปี ซึ่งเป็นขวบปีแรกที่มีฟันน้ำนมขึ้นครบ 20 ซี่  มีฟันผุระยะเริ่มต้น คิดเป็นร้อยละ 38 มีค่าเฉลี่ยฟันผุ

                  ถอน อุด (dmft) 2.5 ชี่ต่อคน และร้อยละ 2.6 ของเด็กอายุ 3 ปีมีประสบการณ์การสูญเสียฟันในช่องปาก
                  นอกจากนี้พบว่า เด็กอายุ 3 ปีมีฟันผุที่ไม่ได้รับการรักษา ร้อยละ 46.1 หรือเฉลี่ย 2.4 ซี่ต่อคน ความชุกของการเกิด

                  ฟันผุในเด็กอายุ 3 ปีพบสูงสุดในภาคใต้ ร้อยละ 55.5 ค่าเฉลี่ยฟันผุ ถอน อุด 3.2 ซี่ต่อคน ปราศจากโรคฟันผุ
                  คิดเป็นร้อยละ 53 ฟันผุที่ยังไม่ได้รับการรักษา คิดเป็นร้อยละ 46.1 และเด็ก 3 ปีที่มีคราบจุลินทรีย์ คิดเป็น

                  ร้อยละ 40.6 ปัจจัยที่สามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคในช่องปากในกลุ่มเด็กก่อนวัยเรียนที่สำคัญ คือ

                  การแปรงฟันอย่างมีคุณภาพโดยผู้ปกครองต้องแปรงซ้ำ การดื่มนมจืด และการเลิกขวดนมเมื่ออายุ 1 ปี
                  ซึ่งพบว่า เด็กส่วนใหญ่จะแปรงฟันตอนเช้าก่อนมาโรงเรียน แต่ผู้ปกครองของเด็กอายุ 3 ปี ร้อยละ 31.1

                  ปล่อยให้เด็กแปรงฟันด้วยตนเองและเมื่อเด็กโตขึ้นพบว่าเด็กอายุ 5 ปีถูกปล่อยให้แปรงฟันเองถึงร้อยละ 71.2

                  สำหรับพฤติกรรมการดื่มนมของเด็กอายุ 3 ปี และ 5 ปี พบว่าดื่มนมหวานและนมเปรี้ยวเมื่ออยู่ที่บ้านถึงร้อยละ
                  36.7 และ 43.3 ตามลำดับ เด็กอายุ 3 ปีร้อยละ 38.0 ใช้ขวดนม และมีเด็กอายุ 5 ปีอีกร้อยละ 15.2 ที่ยังคง

                  ดูดนมจากขวด และร้อยละ 15.0 ไม่แปรงฟันเมื่ออยู่ที่โรงเรียน นอกจากนี้ยังพบว่าร้อยละ 13.5 ของเด็กอายุ
                  5 ปีมีฟันกรามถาวรซี่ที่หนึ่งขึ้นในช่องปากแล้ว โดยพบ ฟันผุระยะเริ่มต้นร้อยละ 2.9 และพบฟันผุที่ไม่ได้รับ

                  การรักษาร้อยละ 3.1 การใส่ใจและให้ความสำคัญกับการดูแล สุขภาพช่องปากตั้งแต่ช่วงปฐมวัยโดยผู้ดูแลจึงมี

                  ความสำคัญและลดโอกาสเกิดฟันถาวรผุได้
                           ผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในอำเภอนบพิตำ ทั้งหมด 9 แห่ง

                  พบว่า  ปี 2561 พบฟันน้ำนมผุ จำนวน 424 คน คิดเป็นร้อยละ 55.35 ปี 2562 พบฟันน้ำนมผุ จำนวน 441 คน
                  คิดเป็นร้อยละ 56.98 ปี 2563 พบฟันน้ำนมผุ จำนวน 505 คน คิดเป็นร้อยละ 68.15 ปี 2566 พบฟันน้ำนมผุ

                  จำนวน 367 คน คิดเป็นร้อยละ 55.35 และปี 2567 พบฟันน้ำนมผุ จำนวน 360 คน คิดเป็นร้อยละ 55.14

                  ถึงแม้ว่า จำนวนฟันน้ำนมผุจะลดลงจากปี 2566 แต่ก็ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งประเทศ ซึ่งค่าเฉลี่ยทั้งประเทศ
                  ฟันน้ำนมผุที่ยังไม่ได้รับการรักษา คิดเป็นร้อยละ 46.1 ทั้งนี้ทำให้กลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลนบพิตำ

                  ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการดำเนินงานเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคฟันผุในฟันน้ำนมของเด็กนักเรียน

                  ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ศพด.) อบต.นบพิตำ อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช
   404   405   406   407   408   409   410   411   412   413   414