Page 118 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 118
B53
• วงล้อที่ 3
ผลการดำเนินงาน
ข้อมูล เกณฑ์ มิ.ย. 65 – พ.ย. ต.ค. 65 – มี.ค. เม.ย.66 – ต.ค.66 -
65 66 ก.ย.66 มี.ค 67
จำนวนผู้ป่วยที่มี FIT 20 65 69 125
Positive
ร้อยละผู้ป่วยที่มี FIT มากกว่า 7% 23.10 % 47.82% 85.60%
Positive เข้าระบบ 55%
Colonoscopy
ร้อยละผู้ป่วยมะเร็ง น้อยกว่า 0 1.54% 12.12% 0
ลำไส้ใหญ่น้อยกว่า 5% 100 % 100%
ร้อยละ 5 ได้รับการ 100%
รักษา ร้อยละ 100
ระยะเวลารอคอยคิว 2-3 เดือน 2-3 เดือน 52 วัน 35 วัน
อภิปรายผล
การส่งต่อผู้ป่วยที่มี FIT Positive เข้าระบบ Colonoscopy เพื่อค้นหามะเร็งลำไส้ใหญ่และเข้ารับการ
รักษาให้เร็วที่สุด มีการปรับเปลี่ยนพัฒนารูปแบบอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีแนวโน้มในทางดีขึ้น จากการเก็บ
รวบรวมข้อมูลพบว่า ตั้งแต่ มิ.ย. 2565 – มี.ค. 2567 พบว่า จำนวนผู้ป่วยที่มี FIT Positive จำนวน 125 ราย
เป็นผู้ป่วยพิการนั่งรถเข็ญ จำนวน 1 ราย และยังสามารถเข้าระบบ Colonoscopy ได้ และระยะเวลารอคอย
อยู่ในช่วง 35 – 52 วัน
สรุปและข้อเสนอแนะ
ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการที่ผู้ป่วยและผู้ดูแลตระหนักที่จะเข้าระบบ Colonoscopy เนื่องจากมีการ
พัฒนาระบบ ส่งต่อ Colonoscopy อย่างต่อเนื่องแบบ One Stop service ลดระยะการรอคิวนาน
ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง บุตรหลานลางานไปโรงพยาบาลครั้งเดียวในวันส่องกล้อง ทำให้เพิ่มการเข้าถึง
ระบบ Colonoscopy ของผู้ป่วยได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงบริการที่รวดเร็ว การเตรียม
ลำไส้ใหญ่ก่อนการส่องกล้องสำหรับผู้ป่วย จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ป่วยที่เตรียมลำไส้ที่บ้าน ทั้งนี้
เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยและโรงพยาบาลและตอบสนองนโยบาลการลดความแออัดของผู้ป่วยใน
โรงพยาบาล (ทองใส คงวัน,2563) และค้นหามะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะเริ่มแรกได้และเข้ารับการรักษาได้รวดเร็ว
ลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคและลดอัตราการเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ ผู้ป่วยมีความเข้าใจเกี่ยวกับผลการคัดกรอง
FIT Positive และมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) ผ่านการดูวิดีโอคลิป

