Page 479 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 479
K4
2. การติดตามตนเองอย่างต่อเนื่อง: การที่ผู้ป่วยสามารถดูข้อมูลสุขภาพและดูแนวโน้มของ
ค่าระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตได้เอง และได้คำแนะนำจากสหสาขาวิชาชีพ
ในการมารับบริการในแต่ละครั้ง เช่น โภชนาการ ในการปฏิบัติตัว ช่วยให้เกิดความ
ตระหนักและมีแรงจูงใจในการควบคุมโรคมากขึ้น (ตัวอย่างรูปภาพที่ 7)
3. การสื่อสารที่รวดเร็วกับทีมสุขภาพ: เมื่อเกิดปัญหาหรือมีข้อสงสัย ผู้ป่วยสามารถติดต่อ
กับทีมสุขภาพได้ทันที ทำให้ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมและทันเวลา
2. อัตราการควบคุมโรคได้ตามเป้าหมาย จากการดำเนินงานพบว่า อัตราการควบคุมโรคตามเป้าหมาย
ในตัวชี้วัดสำคัญมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการนำนวัตกรรมมา
ประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิต
ซึ่งปรากฏว่ามีจำนวนผู้ป่วยที่สามารถควบคุมโรคได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ มีการพัฒนาและนำระบบ
Dashboard มาใช้ในการติดตามสถานะสุขภาพของผู้ป่วยแบบ Real-Time อันส่งผลให้สามารถวางแผนและ
ดำเนินการดูแลสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (ตัวอย่างตามภาพที่ 8)
3. ความพึงพอใจต่อการใช้นวัตกรรม ความพึงพอใจในระดับมากถึงมากที่สุดต่อการใช้นวัตกรรม
แอปพลิเคชัน NCDs Sakhrai HosPlus ทั้งในกลุ่มผู้ป่วยและบุคลากรสาธารณสุขแสดงให้เห็นถึงการยอมรับ
เทคโนโลยีนี้ในระบบบริการสุขภาพ
4. ปัจจัยแห่งความสำเร็จและอุปสรรค ผลการศึกษาการนำแอปพลิเคชัน NCDs Sakhrai HosPlus
มาใช้ ได้แก่ ความง่ายในการใช้งาน การสื่อสารที่สะดวกรวดเร็ว การเข้าถึงข้อมูลสุขภาพ และการทำงาน
ร่วมกันของทีมสหวิชาชีพ
1. การขยายการใช้นวัตกรรม: ควรพิจารณาขยายการใช้นวัตกรรมแอปพลิเคชัน NCDs
Sakhrai HosPlus ให้ครอบคลุมผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังทั้งหมดในอำเภอสระใครและ
ขยายไปสู่พื้นที่อื่นๆ
2. การพัฒนาศักยภาพ: ควรจัดอบรมทักษะดิจิทัลให้แก่ผู้ป่วยสูงอายุและญาติ รวมถึงพัฒนา
ศักยภาพบุคลากรสาธารณสุขในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการดูแลผู้ป่วย
3. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน: ควรมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี
สารสนเทศในพื้นที่ชนบท เช่น การขยายเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
สรุปและข้อเสนอแนะ
แอปพลิเคชัน NCDs Sakhrai HosPlus มีประสิทธิผลในการส่งเสริมผลลัพธ์ทางคลินิก เพิ่มพูนความรู้
และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เทคโนโลยีดิจิทัลนี้ช่วยเพิ่มช่องทางการ
สื่อสารระหว่างผู้ป่วยและทีมสุขภาพ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ป่วยและครอบครัวในการจัดการสุขภาพ
ตนเอง และเอื้อต่อการประสานงานและการทำงานเป็นทีมของบุคลากรสาธารณสุข อย่างไรก็ตามการนำ
นวัตกรรมนี้ไปใช้อย่างยั่งยืนจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยร่วมหลายด้าน อาทิ ทักษะด้านดิจิทัลของผู้ใช้
ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี และการบูรณาการกับระบบบริการสุขภาพที่มีอยู่เดิม

