Page 521 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 521
K44
การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง
โรงพยาบาลน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี
นางสาว สนธญา พันธ์กิ่งทิพย์
โรงพยาบาลน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เขตสุขภาพที่ 10
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
ปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้จำนวนผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรัง
เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาวะไขมันในเลือดสูง (Hyperlipidemia)ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญ
ที่ส่งผลต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวาน และโรคไตเรื้อรัง หากไม่ได้รับ
การดูแลและควบคุมอย่างเหมาะสมอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ทำให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ลดลง
และเพิ่มภาระต่อระบบบริการสุขภาพในระยะยาว จากข้อมูลHICM ของรพ.น้ำยืนปี 2565 มีผู้สูงอายุเป็นไขมัน
ในเลือดสูง 718 ราย ไม่มีโรคอื่นร่วม 27 ราย ปี 2566 พบ775 ราย ไม่มีโรคร่วม 36 ราย ปี 2567 พบ 1,099 ราย
ไม่มีโรคอื่นร่วม 56 รายพบว่ามีเพิ่มขึ้นทุกปี และมีการรับประทานยาลดไขมันในเลือดเป็นระยะเวลามากกว่า
1 ปีจากการศึกษาพบผู้สูงอายุจำนวนมากยังขาดความรู้ ความเข้าใจ และการจัดการตนเองเกี่ยวกับภาวะไขมัน
ในเลือดสูงอย่างถูกต้อง อีกทั้งระบบการดูแลในปัจจุบันยังขาดรูปแบบที่ชัดเจนและเหมาะสมกับบริบทของ
ชุมชน โดยเฉพาะในโรงพยาบาลชุมชนที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็น
อย่างยิ่งที่จะต้องมีการพัฒนาแนวทางหรือรูปแบบการดูแลที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น และเน้นการมีส่วนร่วม
ของบุคลากรทางสุขภาพ ครอบครัว และชุมชน เพื่อให้การดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง
มีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว ด้วยเหตุนี้ผู้วิจัยจึงมีความสนใจในการ
ศึกษาวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงในบทบาทของโรงพยาบาลชุมชน
เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว เพื่อให้ได้แนวทางการดูแลที่เหมาะสม เป็นระบบ และสามารถนำไปใช้
จริงได้ในบริบทของโรงพยาบาลชุมชน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน
วัตถุประสงค์ของการศึกษา
เพื่อพัฒนารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงป้องกันภาวะแทรกช้อนในระยะยาว
วิธีการศึกษา
วิธีการดำเนินงาน เป็นการวิจัยเชิงพัฒนา (Research and Development: R&D)
3.1 Planning (การวางแผน)
1. จัดผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปี ที่มีค่าLDL น้อยกว่า 100 mg% และแพทย์เริ่มให้ยา จำนวน
30 ราย เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม/แบบสัมภาษณ์ โดยใช้แบบประเมินความสามารถในการดูแลตนเอง
แบบประเมินพฤติกรรมสุขภาพ เช่น การกิน การออกกำลังกาย การรับประทานยาและสัมภาษณ์เชิงลึก
ผู้สูงอายุ ครอบครัว และบุคลากรสุขภาพ

