Page 581 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 581
L43
นวัตกรรม “แผ่นประคบสมุนไพร ถูกใจวัยทำงาน”
นางสาวอรอุมา ทรงแสงจันทร์
โรงพยาบาลสตึก จังหวัด บุรีรัมย์ เขตสุขภาพที่ 9
ประเภท นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
จากสถิติผู้มารับบริการแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลสตึก 3 ย้อนหลัง พบผู้ป่วยมารับการรักษาด้วย
โรคระบบกล้ามเนื้อมากที่สุดโดยเฉพาะโรคออฟฟิตซินโดรม กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อบ่า ไหล่ ซึ่งเป็นโรคที่พบ
อัตราป่วยเป็นอันดับแรกของการให้บริการ สถิติผู้มารับบริการผู้ที่มีอาการปวดบ่า ไหล่ 3 ปีย้อนหลังดังต่อไปนี้
คือปีงบ ประมาณ2565 จำนวน 1,467 คน ,ปีงบประมาณ 2566 จำนวน 1,694 คน,ปีงบประมาณ 2567
จำนวน 1,743 คนแนวโน้มผู้มีอาการปวดบ่า ไหล่ เพิ่มขึ้นทุกปี กลุ่มอายุที่มีอาการปวดบ่ามากที่สุดคือช่วงอายุ
25-45 ซึ่งเป็นช่วงวัยทำงานใช้คอมพิวเตอร์และใช้โทรศัพท์มือถือมากทำให้มีอาการปวด แต่เดิมการรักษาผู้ป่วย
มีเพียงการนวดรักษา ประคบสมุนไพร อบ และทานยาสมุนโพร กลุ่มโรคออฟฟิตซินโดรม ปวดกล้ามเนื้อบ่า ไหล่
หรือทางการแพทย์แผนไทยเรียกว่าลมปลายปัตฆาตบ่าซึ่งเป็นโรคหนึ่งที่ทางแผนไทยพบเป็นจำนวนมาก
เป็นโรคที่เกิดจากการทำงานและการอั้นของลมและพฤติกรรมการทำงานอิริยาบทเดิมๆทำให้ลมเดินไม่สะดวก
ทำให้มีอาการปวด หลังจากผู้ป่วยมานวดรักษากลับบ้านผู้ป่วยยังมีพฤติกรรมเหมือนเดิมและกลับมาเป็นอีก
เพื่อลดปัญหาการปวดตึงกล้ามเนื้อบ่า ไหล่ จึงจำเป็นต้องได้รับการนวดประคบและการนวดประคบ
โดยบุคลากรทางการแพทย์ต้องใช้เวลาและทรัพยากรบุคคลค่อนข้างมาก อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับประคบบ่าที่ขาย
ตามท้องตลาดมีราคาค่อนข้างสูง ลักษณะอุปกรณ์ไม่มีส่วนผสมของสมุนไพร ดังนั้นผู้เขียนจึงมีแนวคิด
เพื่อพัฒนางาน จึงได้คิดนวัตกรรมโดยการจัดทำ “แผ่นประคบสมุนไพร ถูกใจวัยทำงาน” ช่วยในการประคบ
บ่า ไหล่ ด้วยตนเองแทนการใช้ลูกประคบที่ใช้แล้วทิ้ง แผ่นประคบสมุนไพรนี้มีช่องเปิดปิดสำหรับใส่สมุนไพร
ซึ่งผู้ป่วยสามารถทำเองได้ง่าย มีราคาถูก และใช้ได้นาน ลดระยะเวลาไม่ต้องมาโรงพยาบาลสามารถทำใช้เองได้
เพราะสมุนไพรที่ใช้เป็นสมุนไพรในท้องถิ่นหาได้ง่าย เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณแก้อาการปวดกล้ามเนื้อโดยตรง
กระตุ้นการทำงานของระบบไหลเวียนเลือด เมื่อผู้ป่วยประคบแล้วทำให้อาการปวดลดลง และมีสมุนไพรที่
มีกลิ่นน้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติเช่น ตะไคร้ ผิวมะกรูด เมื่อสูดดมทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายความเครียด
ลดความวิตกกังวล บำบัดอาการทางจิตใจส่งผลให้ให้อาการปวดลดลงได้
วัตถุประสงค์การศึกษา
1. เพื่อลดอาการปวดตึงบ่าไหล่จากการทำงาน
2. เพื่อให้ผู้ป่วยได้ใช้นวัตกรรมสมุนไพรเพื่อบรรเทาอาการปวดได้ด้วยตนเองลดการเป็นซ้ำและปวดเรื้อรัง
3. เพื่อประยุกต์วัสดุที่มีในท้องถิ่นมาใช้ในการดูแลสุขภาพ
4. สามารถลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ได้
5. ลดการใช้ยาแพทย์แผนปัจจุบัน(NSAID)

