Page 577 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 577

L39

                  วิธีการศึกษา

                         การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น (Pre-Experimental Research) เปรียบเทียบ
                  กลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลัง (one-group pretest - posttest design) ประชากร คือ ผู้ป่วยที่มารับบริการ

                  โรงพยาบาลบ้านด่าน ได้รับการตรวจประเมินจากแพทย์แผนปัจจุบันหรือแพทย์แผนไทยแล้วว่ามีอาการปวด

                  กล้ามเนื้อ จำนวน 31 คน ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม พ.ศ. 2567 การคำนวณกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้
                  Application N4Studies ใช้การคำนวณในหมวดหมู่ Two-dependent population means โดยกำหนดให้

                  ขนาดตัวอย่างที่ศึกษาได้จริงเป็น 28 กำหนดค่าความแตกต่างค่าเฉลี่ยของอาการปวดก่อนและหลังการรักษา

                  เป็น 2.98 และกำหนดส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็น 1.60 (อ้างใน วิธวินท์ ฝักเจริญผล, วรยศ ดาราสว่าง, 2566)
                  ผู้วิจัยคาดว่ากลุ่มตัวอย่างบางรายอาจไม่สามารถเข้าร่วมงานวิจัยได้ตลอด และอาจมีการสูญหายของกลุ่ม

                  ตัวอย่าง ผู้วิจัยจึงได้เพิ่มกลุ่มตัวอย่างอีกร้อยละ 10 ขนาดกลุ่มตัวอย่างที่คำนวณได้คือ 3 คน ดังนั้นขนาด
                  ของกลุ่มตัวอย่างที่กำหนดไว้จึงเป็น 31 คน










                         เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ผู้วิจัยได้ใช้แบบสอบถามสำหรับเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้
                  การศึกษาผลการเปรียบเทียบอาการปวดกล้ามเนื้อก่อนและหลังการใช้ยาตำรับแก้ลมแก้เส้น โดยอ้างอิงมาจาก

                  งานวิจัย ปรีชา หนูทิม. (2555). การเปรียบเทียบประสิทธิผลของยาสหัสธารากับยาเม็ดไดโคลฟีแนคในการลด
                  อาการปวดกล้ามเนื้อ. วิทยานิพนธ์ปริญญาเภสัชศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาวิชาการคุ้มครองผู้บริโภค

                  ด้านสาธารณสุข มหาวิทยาลัยศิลปากร.

                         ส่วนที่ 1 แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป ประกอบด้วย เพศ อายุ สถานภาพ อาชีพ รายได้ต่อเดือน โรค
                  ประจำตัว โรคประจำตัว แพ้ยา/อาหาร/สมุนไพร ระยะเวลาที่ป่วย

                         ส่วนที่ 2 แบบประเมินระดับความปวด Numeric Rating Scale (NRS) ก่อนและหลังการรับประทาน

                  ยาตำรับแก้ลมแก้เส้น
                         ส่วนที่ 3 แบบประเมินความพึงพอใจในการรับบริการ โดยแบ่งเป็น 5 ระดับ คือ มากที่สุด (5) มาก(4)

                  ปานกลาง(3) น้อย(2) น้อยที่สุด(1) อ้างอิงจากเกณฑ์ของ Best. (1970)

                         สถิติและการวิเคราะห์ข้อมูล 1.สถิติพรรณนา (Descriptive statistic) ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย
                  และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.สถิติอนุมาน (Inferential statistic) ได้แก่ Paired  t-test

                  วิจัยนี้ผ่านการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์จากคณะกรรมการ สาธารสุขจังหวัดบุรีรัมย์ IRB : BRO 2024-
                  067 เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2567
   572   573   574   575   576   577   578   579   580   581   582