Page 587 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 587

L49


                    นวัตกรรมบริการแพทย์แผนไทยแบบผสมผสานเพื่อดูแลอาการปวดเรื้อรังในคลินิกต้นแบบ :
                             กรณีศึกษาคลินิกแพทย์แผนไทย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร



                                                                            นางสาวศิรภัสสร มูลสารและคณะผู้วิจัย

                                                               สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร เขตสุขภาพที่ 10
                                                                                                ประเภท นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์



                  ความสำคัญของปัญหาวิจัย

                         อาการปวดเรื้อรัง เช่น ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ปวดไหล่ เป็นปัญหาทางสุขภาพที่พบบ่อยในประชากร
                  ไทย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุ ซึ่งมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพการทำงาน

                  การแพทย์แผนไทยมีบทบาทสำคัญในการบรรเทาอาการเหล่านี้ผ่านการนวด ประคบสมุนไพร และจ่ายยา
                  สมุนไพร อย่างไรก็ตามยังขาดการออกแบบระบบบริการที่เป็นมาตรฐานและต่อเนื่อง จึงเกิดแนวคิดใน

                  การพัฒนานวัตกรรมบริการแบบผสมผสาน พร้อมระบบฐานข้อมูลผู้รับบริการ และการติดตามผ่าน LINE OA
                  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความต่อเนื่องในการดูแลผู้ป่วย

                  วัตถุประสงค์การศึกษา

                         1. เพื่อพัฒนารูปแบบบริการแพทย์แผนไทยแบบผสมผสานในคลินิกต้นแบบ
                         2. เพื่อประเมินประสิทธิผลของการดูแลอาการปวดเรื้อรังในกลุ่มเป้าหมาย

                         3. เพื่อสร้างระบบฐานข้อมูลและติดตามผลผ่าน LINE OA อย่างเป็นระบบ

                  วิธีการศึกษา

                         รูปแบบการวิจัย วิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research)
                         กลุ่มเป้าหมาย ผู้รับบริการที่มีอาการปวดเรื้อรัง จำนวน 100 ราย

                         เครื่องมือ แบบประเมินความรุนแรงของอาการปวด แบบสอบถามความพึงพอใจ ระบบติดตามผล
                  ผ่านแอป LINE กระบวนการ ประเมินอาการเบื้องต้น – ให้บริการแบบผสมผสาน – บันทึกข้อมูล – ติดตามผล

                  ทาง LINE – ประเมินผลสัมฤทธิ์หลังการให้บริการ
                  วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และการเปรียบเทียบคะแนนก่อน–หลัง

                  ผลการศึกษา

                         จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 100 คน พบว่าเพศหญิงเป็นกลุ่มส่วนใหญ่ที่มารับบริการคิดเป็นร้อยละ 60
                  โดยมีระดับการศึกษาสูงสุดอยู่ที่ระดับมัธยมศึกษา ร้อยละ 35 รองลงมาคือระดับปวช./ปวส. และปริญญาตรี

                  ร้อยละ 25 เท่ากัน ด้านสถานภาพสมรสพบว่าส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มสมรสแล้ว ร้อยละ 65 ขณะที่จำนวนครั้ง
                  ที่มารับบริการส่วนใหญ่มากกว่า 2 ครั้งขึ้นไป โดยร้อยละ 45 เคยรับบริการ 2-3 ครั้ง และร้อยละ 25 รับบริการ

                  มากกว่า 3 ครั้ง อาการที่พบบ่อยที่สุดที่มารับบริการ ได้แก่ อาการปวดเข่า ร้อยละ 35รองลงมาคืออาการปวดหลัง
                  ร้อยละ 30 และปวดไหล่ ร้อยละ 25
   582   583   584   585   586   587   588   589   590   591   592