Page 71 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 71
B7
จากการศึกษาพบว่ามีปัญหาทางยาจำนวน 434 ครั้ง ซึ่งสามารถจำแนกชนิดของปัญหาทางยาได้ดังนี้
1. ด้านความปลอดภัย พบว่ามีปัญหาจำนวน 303 ครั้ง(ร้อยละ 69.8) ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดจากอาการ
ไม่พึงประสงค์จากยาเคมีบำบัด 2. ด้านประสิทธิผลของการรักษา พบว่ามีปัญหาจำนวน 126 ครั้ง (ร้อยละ 29)
โดยมีปัญหาที่ทำให้ผลการรักษาด้วยยาไม่เหมาะสมจำนวน 34 ครั้ง (ร้อยละ 7.8) มีอาการหรือข้อบ่งชี้ที่ไม่ได้
รับการรักษาจำนวน 92 ครั้ง (ร้อยละ 21.2) 3. ด้านอื่น ๆ พบว่าเกิดจากการได้รับยาที่ไม่จำเป็นจำนวน 5 ครั้ง
(ร้อยละ 1.2) จากปัญหาทางยาทั้งหมดสามารถวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาพบว่าส่วนใหญ่เกิดจากอาการ
ไม่พึงประสงค์จากยาเคมีบำบัด จำนวน 303 ครั้ง (ร้อยละ 69.8) อาการที่พบมากสุดได้แก่ เยื่อบุช่องปาก
อักเสบ ภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ ปลายประสาทอักเสบ ท้องเสียและกลุ่มอาการมือเท้าผิดปกติ คิดเป็นร้อยละ
14.4, 13.8, 13.6, 10.3 และ 8.9 ตามลำดับ สาเหตุรองลงมาคือผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาด้วยยาทั้งที่มีอาการ
บ่งชี้อยู่จำนวน 92 ครั้ง (ร้อยละ 21.2) ผู้ป่วยใช้ยาในขนาดที่น้อยกว่าปกติหรือไม่ใช้ยาเลยจำนวน 13 ครั้ง
(ร้อยละ 3.0) และขนาดคำสั่งใช้ยาสูงเกินไปจำนวน 12 ครั้ง (ร้อยละ 2.8) และอื่นๆ ตามลำดับ เภสัชกรมีส่วนร่วม
ในการแก้ไขปัญหาทั้งหมด 434 ครั้ง ใช้วิธีแก้ไขที่ตัวผู้ป่วย มีการให้คำปรึกษาและการปฏิบัติตัวเมื่อมีอาการ
ไม่พึงประสงค์จากยาเคมีบำบัดจำนวน 272 ครั้ง (ร้อยละ 62.7) รองลงมาเป็นการแก้ไขที่ผู้สั่งใช้ยา 158 ครั้ง
(ร้อยละ 36.4) โดยการมีส่วนร่วมพิจารณาและเสนอการแก้ไขต่อผู้สั่งใช้ยาจำนวน 110 ครั้ง(ร้อยละ 25.3)
เภสัชกรได้ทำการแก้ไขหรือป้องกันปัญหาทางยาที่อาจเกิดขึ้นกับผู้สั่งใช้ยาทั้งหมด 158 ครั้ง แบ่งระดับ
ความมีนัยสำคัญทางคลินิกได้แก่ ระดับที่ 2 (มีนัยสำคัญมาก) จำนวน 47 ครั้ง(ร้อยละ 29.7) ผู้สั่งใช้ยาให้การ
ยอมรับจำนวน 36 ครั้ง (ร้อยละ 76.6) และระดับที่ 3(มีนัยสำคัญ) จำนวน 111 ครั้ง(ร้อยละ 70.3) ผู้สั่งใช้ยา
ให้การยอมรับจำนวน 80 ครั้ง (ร้อยละ 72.1)
อภิปรายผล
จากการศึกษาผลของการบริบาลทางเภสัชกรรมเพื่อจัดการปัญหาทางยาในคลินิกโรคมะเร็งตั้งแต่
1 มีนาคม ถึง 31 ธันวาคม 2567 พบปัญหาทางยาทั้งหมด 434 ครั้ง ซึ่งน้อยกว่าการศึกษาในประเทศก่อน
หน้าที่พบปัญหาทางยา 909 ครั้ง อาจเกิดจากระยะเวลาการศึกษา ขนาดของโรงพยาบาล กระบวนการติดตาม
และการประเมินที่แตกต่างกัน โดยชนิดของปัญหาทางยาที่พบมากที่สุดคือ ปัญหาด้านความปลอดภัยที่อาจเกิด
จากอาการไม่พึงประสงค์จากยา ร้อยละ 69.8 ซึ่งน้อยกว่าการศึกษาก่อนหน้าที่พบร้อยละ 96.6 อาจเกิดจาก
การศึกษาก่อนหน้ามีการศึกษาในโรคมะเร็งหลายชนิดและสูตรยาที่หลากหลายกว่าทั้งยาเคมีบำบัด ยามุ่งเป้า
และยาภูมิคุ้มกันบำบัด ซึ่งการศึกษานี้ศึกษาเฉพาะผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัด โดยอาการไม่พึงประสงค์จากยา
ที่พบบ่อยได้แก่ เยื่อบุช่องปากอักเสบ ภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ ปลายประสาทอักเสบ ท้องเสียและกลุ่มอาการมือ
และเท้าผิดปกติ มีความสัมพันธ์กับสูตรยาเคมีบำบัดที่รักษาโรคมะเร็งลำไส้ซึ่งพบมากสุดในการศึกษานี้ ได้แก่
สูตรยา CAPEOX, Capecitabine monotherapy, FOLFOX และ FOLFIRI ตามลำดับ ทั้งนี้เภสัชกรมีส่วน
ร่วมในการแก้ไขปัญหาทางยา โดยแก้ไขที่ตัวผู้ป่วยโดยการให้คำแนะนำเพื่อลดการเกิดและความรุนแรงของ
อาการไม่พึงประสงค์จากยาได้ อีกทั้งร่วมกับการแก้ไขที่ผู้สั่งใช้ยาโดยร่วมพิจารณาและแนะนำการปรับขนาดยา
การให้ยาเพื่อป้องกันและบรรเทาอาการ ความมีนัยสำคัญทางคลินิกของการแก้ไขปัญหาพบมากสุดอยู่ในระดับ
ที่ 2 และ 3 พบว่าผู้สั่งใช้ยาให้การยอมรับมากกว่าร้อยละ 70 แสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของเภสัชกรในการ
ช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาทางยาได้

