Page 227 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 227
E25
การพัฒนาระบบบริการผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติดที่เสี่ยงต่อการก่อเหตุรุนแรงด้วยเครือข่ายเข้มแข็ง
นางสาวจิตติมา ทรงมัจฉา
โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชจอมบึง จังหวัดราชบุรี เขตสุขภาพที่ 5
ประเภท นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
ปัจจุบันปัญหาพฤติกรรมรุนแรงในสังคมไทยเพิ่มมากขึ้นทั้งในครัวเรือนและในชุมชน ส่วนหนึ่งเกิดจาก
ผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดที่มีอาการกำเริบทางจิต จากข้อมูลจำนวนผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดที่มีความเสี่ยง
สูงต่อการก่อความรุนแรง (SMI-V) ของกระทรวงสาธารณสุข พบว่าการเข้ารับบริการสะสมตั้งแต่ ปี 2559 -
2565 มีจำนวน 27,518 คน มีผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดก่อความรุนแรง จำนวน 1,463 คน 2,783 คน และ
3,527 ในปี 2563, 2564 และ 2565 ตามลำดับ (จากรายงานของกรมสุขภาพจิต, 2564) ซึ่งอัตราการเพิ่มขึ้น
ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบไปทั่วไประเทศ ผู้ป่วยเหล่านี้ได้มีพฤติกรรมที่รุนแรงและก้าวร้าวส่งผลให้เกิดปัญหา
ความวุ่นวายภายในชุมชน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการใช้สารเสพติด คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับ
อำเภอ (พชอ.) ของอำเภอจอมบึง ซึ่งได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหานี้ จากสถิติข้อมูลผู้เสพที่มีภาวะทางจิต
จากยาเสพติดของอำเภอจอมบึง ปี 2565 – 2567 พบว่ามีผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง (SMI-V)
จำนวน 28 ราย (ข้อมูลคลินิกจิตเวชยาเสพติด รพร.จอมบึง ปี 2567 มีกรณีที่เป็นคดีความเกิดข้อร้องเรียนจาก
ผู้เสียหาย สร้างความเดือดร้อนในชุมชนเป็นอย่างมาก จากความซับซ้อนของผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้สารเสพติด
มีพฤติกรรมเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรงทำให้ระบบการติดตามดูแลช่วยเหลือต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับ
ลักษณะปัญหาที่เกิดขึ้น
จากนโยบายเร่งรัดในการจัดการปํญหายาเสพติดและจากการประชุมของภาคีเครือข่ายร่วมกับ
คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) อำเภอจอมบึง ยังพบว่ามีปัญหาในการนำผู้ป่วยมารับ
การบำบัดรักษา เนื่องจากการประสานงานที่ยังล่าช้า พบว่าผู้รับผิดชอบหลักของหน่วยงานเครือข่ายในท้องถิ่น
มีการย้าย/เปลี่ยนงาน ขาดการประสานงานที่ต่อเนื่อง จำแนวทางปฏิบัติไม่ได้ ผู้พบเหตุมีอาการตกใจ
หวาดกลัว ไม่สามารถจัดการปัญหาได้อย่างทันท่วงที ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ทำให้ผู้ป่วยหลบหนีไปก่อนที่
เจ้าหน้าที่จะไปถึง และผู้ป่วยยังคงสร้างความเดือดร้อนในชุมชน จึงได้มีการร่วมมือกับเครือข่ายในการพัฒนา
ระบบให้มีความสะดวกรวดเร็วในการประสานงาน ครอบคลุมทุกมิติแบบไร้รอยต่อ เพื่อให้เกิดการดำเนินงานที่
ราบรื่น และได้นำแนวทางในการปฏิบัติที่เป็นแบบแผนช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาดำรงชีวิตได้อย่างปกติ
ร่วมกับคนในชุมชนได้ไม่เกิดปัญหาที่รุนแรงขึ้นอีก
วัตถุประสงค์การศึกษา
1. เพื่อการพัฒนาระบบบริการผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติดที่เสี่ยงสูงต่อการก่อเหตุรุนแรงแบบทุกมิติ
ไร้รอยต่อ ไม่เกิดเหตุรุนแรงในชุมชน
2. ผู้ป่วยจิตเวชยาสเพติดที่เสี่ยงสูงต่อการก่อเหตุรุนแรงได้รับการบำบัดรักษา

