Page 229 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 229
E27
ผลการศึกษา
เกิดการพัฒนาระบบบริการผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติดที่เสี่ยงต่อการก่อเหตุรุนแรงครอบคลุมทุกมิติแบบ
ไร้รอยต่อของอำเภอจอมบึง จากการทำงานและการใช้แนวปฏิบัติเดิมที่มีอยู่ ได้มีการประชุมเพื่อเรียนรู้และ
ถอดบทเรียนความสำเร็จ ปัญหา อุปสรรคและความต้องการของชุมชนและเครือข่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด
ในชุมชนจึงได้ร่วมกันออกแบบแนวทางให้สามารถเข้าใจ สะดวกในการใช้ และปรับเปลี่ยนได้ตามบริบท
โดยมีกิจกรรมที่ออกแบบไว้ 4 ขั้นตอน ดังนี้
1. สอดส่อง-มองหา ในชุมชนโดยสังเกตพฤติกรรมเสี่ยง 5 ด้าน ไม่หลับ-ไม่นอน, เดินไปมา, พูดจาคน
เดียว, หงุดหงิดฉุนเฉียว,เที่ยวหวาดระแวง มองหา จากการประเมินระดับความรุนแรงโดยใช้แบบประเมิน OAS
และเมื่อเกิดเหตุรุนแรงสามารถทำตามแนวปฏิบัติได้
2. รักษา- ดูแล โดยมีการดูแลรักษาอาการทั้งแบบฉุกเฉิน (Acute care) และการดูแลแบบผู้ป่วยใน
(มินิธัญญารักษ์) การบำบัดแบบผู้ป่วยนอก
3. ส่งต่อ ในกรณีที่เกินศักยภาพ มีโรงพยาบาลแม่ข่ายในการรับส่งต่อ โรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี สถาบัน
กัลยาราชนครินทร์ และสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.)
4. คืนสู่ชุมชน การดูแลต่อเนื่องเมื่อกลับสู่ชุมชน การส่งเสริมด้านอาชีพและการมีคุณภาพชีวิตที่ดี
อภิปรายผล
จาการดำเนินงานการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยยาเสพติดภายในชุมชนร่วมกับเครือข่าย โดยการ
ประยุกต์ใช้แนวคิด 3C - DALI ได้เกิดผลลัพธ์ของระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติดที่เสี่ยงต่อการก่อความ
รุนแรงในชุมชนที่ครอบคลุมทุกมิติ และสะดวกรวดเร็วในการป้องกันการเกิดเหตุรุนแรงและช่วยชุมชนให้สงบ
ปลอดภัย ได้มีการสรุปองค์ความรู้ของการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วย/กลุ่มเสี่ยงที่จะก่อเหตุรุนแรงในชุมชนที่
จะใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติในระดับ พชอ. ของอำเภอจอมบึงต่อไป
สรุปและข้อเสนอแนะ
ได้รูปแบบและแนวทางในการปฏิบัติงานที่ชัดเจน สะดวก รวดเร็วขึ้น และจากข้อมูลในปีงบประมาณ
2566 - 2567 ถึงปัจจุบัน พบว่าผู้ป่วยที่มีปัญหาจิตเวชยาเสพติดกลุ่มเสี่ยงสูงที่อาจก่อความรุนแรงในชุมชน
เข้าถึงบริการโดยการนำส่งของเครือข่ายในชุมชน และได้รับการดูแลแบบ Acute care จำนวน 18 ราย รักษา
ในระบบมินิธัญญารักษ์จำนวน 12 ราย บำบัดแบบผู้ป่วยนอก 15 ราย ส่งต่อจำนวน 8 ราย กลับเข้าสู่ชุมชน
หลังการบำบัดรักษาและสามารถเลิกสารเสพติดได้ 5 ราย

