Page 252 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 252
E50
เกณฑ์คัดเข้า (Inclusion Criteria) 1) มีอายุระหว่าง 18 - 60 ปี 2) ได้รับการวินิจฉัยว่าติดยาเสพติด
ประเภทยาบ้า 3) มีครอบครัวที่ยินดีเข้าร่วมโปรแกรม 4) ไม่มีอาการทางจิตประสาทรุนแรง 5) สมัครใจเข้าร่วม
การวิจัย
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1) โปรแกรมการบำบัดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก (Matrix program)โดยการมีส่วน
ร่วมของครอบครัว ประกอบด้วยกิจกรรม 16 ครั้ง ครั้งละ 60 - 90 นาที สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 16
สัปดาห์
2) แบบวัดความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด มีค่าความเชื่อมั่น 0.85 3) แบบวัดทักษะการเผชิญปัญหา มีค่า
ความเชื่อมั่น 0.82 4) แบบวัดความสัมพันธ์ในครอบครัว มีค่าความเชื่อมั่น 0.88 5) แบบติดตามการบำบัด
การเก็บรวบรวมข้อมูล 1) ขออนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ โรงพยาบาลเกษตร
สมบูรณ์ 2) คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างตามเกณฑ์ที่กำหนด 3) ชี้แจงวัตถุประสงค์และขั้นตอนการวิจัย และขอความ
ยินยอมจากกลุ่มตัวอย่าง 4) เก็บข้อมูลก่อนการทดลอง (Pretest) ทั้งกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม 5)
ดำเนินการทดลอง โดยกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการบำบัดโดยการมีส่วนร่วมของครอบครัว ส่วนกลุ่มควบคุม
ได้รับการบำบัดตามมาตรฐานปกติ 6) เก็บข้อมูลหลังการทดลอง (Posttest) ทันทีเมื่อสิ้นสุดโปรแกรม 7)
ติดตามอัตราการกลับไปเสพซ้ำหลังสิ้นสุดโปรแกรม 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี การวิเคราะห์ข้อมูล 1)
วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2)
เปรียบเทียบคะแนนก่อนและหลังการทดลองภายในกลุ่มเดียวกันโดยใช้สถิติ Paired t-test 3) เปรียบเทียบ
คะแนนระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมโดยใช้สถิติ Independent t-test 4) ปรียบเทียบอัตราการหยุด
เสพและอัตราการกลับไปเสพซ้ำระหว่างกลุ่มโดยใช้สถิติ Chi-square test
ผลการศึกษา
กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 60 ราย ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย (ร้อยละ 75) อายุเฉลี่ย 32.5 ปี (SD = 8.7) ระดับ
การศึกษาส่วนใหญ่อยู่ในระดับมัธยมศึกษา (ร้อยละ 58.3) ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป (ร้อยละ 46.7) รายได้
เฉลี่ยต่อเดือน 9,500 บาท (SD = 3,600) ระยะเวลาเสพยาบ้าเฉลี่ย 4.3 ปี (SD = 2.8) ทั้งสองกลุ่มมีลักษณะ
ทั่วไปไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการเปรียบเทียบความรู้หว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม
พบว่าหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด ทักษะการเผชิญปัญหา และความสัมพันธ์
ในครอบครัวสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการเปรียบเทียบอัตราการหยุดเสพ
และอัตราการกลับไปเสพซ้ำ พบว่า 1) อัตราการหยุดเสพเมื่อสิ้นสุดโปรแกรม: กลุ่มทดลองร้อยละ 93.3
กลุ่มควบคุมร้อยละ 70.0 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) 2) อัตราการกลับไปเสพซ้ำหลังสิ้นสุด
โปรแกรม: 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี เป็นดังนี้ ผลการติดตาม 1 เดือน: กลุ่มทดลองร้อยละ 3.3
กลุ่มควบคุมร้อยละ 13.3 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) 3 เดือน: กลุ่มทดลองร้อยละ 10.0
กลุ่มควบคุมร้อยละ 26.7 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) 6 เดือน: กลุ่มทดลองร้อยละ 16.7
กลุ่มควบคุมร้อยละ 43.3 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) และ 1 ปี : กลุ่มทดลองร้อยละ 18.7
กลุ่มควบคุมร้อยละ 46.5 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05)

