Page 355 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 355

G39

                         จากการทบทวนวรรณกรรมที่ผ่านมายังไม่พบการศึกษาความรอบรู้ด้านการสื่อสารของอสม.ในจังหวัด

                  ยโสธรอย่างเป็นระบบ ดังนั้นการประเมิน "ความรอบรู้ด้านการสื่อสารของอสม. ในยุคดิจิทัล" จึงมีความสำคัญ
                  อย่างยิ่ง โดยเฉพาะในจังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีลักษณะประชากรแบบชนบท มีประชากรสูงอายุจำนวน

                  มาก และมีช่องว่างด้านการเข้าถึงเทคโนโลยี การศึกษานี้จะเป็นประโยชน์ในการชี้ให้เห็นศักยภาพที่แท้จริง

                  ของอสม. พร้อมทั้งเป็นแนวทางสำคัญในการส่งเสริม พัฒนา และยกระดับความสามารถของ อสม.
                  ให้สามารถทำหน้าที่สื่อสารสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพในยุคดิจิทัล

                  วัตถุประสงค์การศึกษา

                         โดยวัตถุประสงค์การศึกษาในครั้งนี้ประกอบไปด้วย 1) เพื่อศึกษาระดับความรอบรู้ด้าน
                  การสื่อสารของอสม. จังหวัดยโสธร 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความรอบรู้ด้านการสื่อสาร

                  ของอสม. จังหวัดยโสธร

                  วิธีการศึกษา

                         ศึกษาวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบตัดขวาง ทำการศึกษาประชากร ได้แก่ อสม.จังหวัดยโสธร โดยมีจำนวน
                  นักเรียน ทั้งหมด 10,859 คน ได้จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 400 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วย

                  แบบสอบถามทั้งหมด 3 ส่วน ได้แก่ ปัจจัยคุณลักษณะส่วนบุคคล แบบสอบถามพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยี
                  เพื่อสุขภาพ แบบสอบถามการประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพในยุคดิจิทัล

                         การศึกษาวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้กำหนดสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ 1) สถิติเชิงพรรณนา ใช้สถิติแจกแจง

                  นำเสนอความถี่ และร้อยละ สำหรับอธิบายตัวแปร พฤติกรรมการใช้เทคโนโลยี และความรอบรู้
                  ด้านสุขภาพ 2) สถิติเชิงอนุมาน วิเคราะห์หาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร ด้วยวิธีการวิเคราะห์ถดถอยแบบ

                  ลอจิสติคอย่างง่าย โดยนำเสนอค่า Crude Odds ratio , ช่วงความเชื่อมั่น 95%CI และค่า p-value <0.05

                  และการวิเคราะห์พหุตัวแปร เพื่อหาความสัมพันธ์ของแต่ะละปัจจัย ด้วยวิธีการวิเคราะห์
                  การถดถอยโลจิสติคพหุคูณ โดยนำเสนอค่า Adjusted Odd Ratio ,ช่วงความเชื่อมั่น 95%CI และ

                  ค่า p-value<0.05

                  ผลการศึกษา

                         จากการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 75.0 เพศชาย ร้อยละ 25.0

                  มีช่วงอายุระหว่าง 51–60 ปีมากที่สุด ร้อยละ 45.0 รองลงมาเป็นกลุ่มอายุ 41–50 ปี ร้อยละ 32.5 และกลุ่ม
                  อายุ 61 ปีขึ้นไป ร้อยละ 22.5 สำหรับระดับการศึกษาพบว่าส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับประถมศึกษา ร้อยละ

                  55.0 รองลงมาเป็นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย ร้อยละ 38.0 และระดับปวช./ปวส./ปริญญาตรีขึ้นไป
                  ร้อยละ 7.0 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนของผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่อยู่ในช่วงต่ำกว่า 5,000 บาท ร้อยละ 64.0

                  และมีประสบการณ์การเป็นอสม.มากกว่า 10 ปี ร้อยละ 49.5
                         การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการสื่อสารด้านสุขภาพ พบว่าอสม. ส่วนใหญ่ใช้สมาร์ทโฟนเป็นเครื่องมือ

                  หลักในการสื่อสาร และมีการใช้งานแอปพลิเคชันต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย โดยร้อยละ 85.5 ใช้แอปพลิเคชัน

                  LINE กลุ่มในการส่งข้อมูลข่าวสารสุขภาพ และร้อยละ 58.0 มีการเผยแพร่ข้อมูลสุขภาพผ่าน Facebook
   350   351   352   353   354   355   356   357   358   359   360