Page 762 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 762
S8
วิธีการศึกษา
รูปแบบการวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action research) แบ่งการศึกษาเป็น 3 ระยะ
โดยประชากรและกลุ่มตัวอย่าง คือ ทีมสหวิชาชีพ โรงพยาบาลสร้างคอมและเครือข่ายสุขภาพอำเภอสร้างคอม
และผู้ป่วยโรคปวดศีรษะไมเกรน จำนวน 66 ราย คัดเลือกโดยวิธีการเลือกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง
กำหนดคุณสมบัติดังนี้
1. ทีมสหวิชาชีพ ได้แก่ แพทย์ พยาบาลวิชาชีพ นักวิชาการสาธารณสุข จำนวน 20 คน ที่ปฏิบัติงาน
ในเครือข่ายสาธารณสุขอำเภอสร้างคอม ที่ปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า 1 ปี
2. ผู้ป่วยโรคปวดศีรษะไมเกรน มีอายุ 25-45 ปี จำนวน 46 ราย มีอาการปวดศีรษะและมารับบริการ
ที่โรงพยาบาลสร้างคอม อำเภอสร้างคอม จังหวัดอุดรธานี
การเก็บรวบรวมข้อมูล แบ่งเป็น 3 ระยะ ดังนี้
ระยะที่ 1 วิเคราะห์สถานการณ์การดูแลผู้ป่วยปวดศีรษะไมเกรน ก่อนการพัฒนาแนวทางการดูแลผู้ป่วย
ปวดศีรษะไมเกรน โดยรวบรวมข้อมูลจากเวชระเบียนผู้ป่วยโรคปวดศีรษะไมเกรน รับการรักษาในโรงพยาบาลสร้างคอม
ในระหว่างเดือน มิถุนายน – ธันวาคม 2567 ประวัติการเจ็บป่วยส่วนบุคคล ดำเนินการโดยผู้วิจัย
ในการรวบรวมข้อมูล ซึ่งปัญหาทางคลินิกที่ต้องการศึกษามาจากประเด็นปัญหา 2 ประเด็น
คือ 1) ประเด็นปัญหาจากการปฏิบัติงาน 2) ประเด็นปัญหาจากการทบทวนองค์ความรู้การใช้น้ำมันกัญชา
ได้จากแหล่งความรู้จากงานวิจัยเชิงประจักษ์
ระยะที่ 2 ดำเนินการพัฒนาแนวทางการใช้น้ำมันกัญชา(หมอเดชา) ในการดูแลผู้ป่วยไมเกรนในพื้นที่
อำเภอสร้างคอม จังหวัดอุดรธานี โดยประยุกต์ใช้กรอบแนวคิด Kemmis & McTaggart (1988) ประกอบด้วย
กิจกรรมการวิจัยที่สำคัญ 4 ขั้นตอนหลัก ดังนี้ รอบที่ 1 ขั้นตอนที่ 1 การวางแผน (Planning) ขั้นตอนที่ 2
การปฏิบัติ (Action) ขั้นตอนที่ 3 สังเกตการณ์ (observation) ขั้นตอนที่ 4 การสะท้อนกลับ (reflection)
ระยะที่ 3 การประเมินผลของการพัฒนาประกอบด้วย ผลลัพธ์ด้านผู้ป่วยได้แก่ระยะเวลาในขั้นตอน
การดูแล และผลลัพธ์ด้านการให้บริการ ได้แก่ ความพึงพอใจแนวทางการดูแลผู้ป่วยปวดศีรษะไมเกรน
การวิเคราะห์ข้อมูล
1. ข้อมูลทั่วไปส่วนบุคคลของพยาบาลวิชาชีพ นักวิชาการสาธารณสุข และผู้ป่วยโรคปวดศีรษะไมเกรน
วิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ประกอบด้วย ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
2. เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนความพึงใจของประสิทธิผลการรักษาก่อนและหลัง และค่าเฉลี่ย
คะแนนความพึงพอใจของผู้ให้บริการและรับบริการก่อนและหลังการพัฒนาแนวทาง วิเคราะห์โดยใช้สถิติ
Paired sample t-test

