Page 831 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 831
U3
2. ระยะนำร่องในพื้นที่อำเภอเมืองหนองคาย
1. ดำเนินการอบรมเจ้าหน้าที่ในรพ.สต.
2. ทดลองใช้จริงกับประชากรกลุ่มเป้าหมาย
3. ติดตามการใช้งานจากปัญหาและอุปสรรค ปรับปรุงและพัฒนาโปรแกรม
4. ประเมินระยะเวลาในการปฏิบัติงาน และความพึงพอใจของเจ้าหน้าที่
3. ระยะขยายผลสู่พื้นที่อื่น
ผลการศึกษา
1. สามารถอัตราการคัดกรองโรคนิ่วในกลุ่มประชากรอายุ 30–60 ปี ได้เร็วมากขึ้น ภายในระยะเวลา
2 สัปดาห์
2. เวลาในการปฏิบัติงานคัดกรองลดลงจากเฉลี่ย 10 นาทีต่อราย เหลือเพียง 1 วินาทีต่อราย
3. ไม่มีการรั่วไหลของข้อมูลผู้ป่วย พบความปลอดภัยในการจัดเก็บข้อมูล
4. ระบบ Dashboard ช่วยให้ผู้บริหารสามารถติดตาม KPI ได้แบบ Real - time
5. มีการขยายผลการใช้ระบบไปยังอำเภออื่นในจังหวัดหนองคาย อย่างต่อเนื่อง
ตัวชี้วัด คะแนน (5)
ความง่ายและสะดวกในการใช้งาน 3.5
ความถูกต้องของข้อมูล 3.0
ความพึงพอใจต่อโปรแกรม 3.2
ตารางแสดงตัวชี้วัดประสิทธิภาพโปรแกรมคัดกรองโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ
ระยะเวลาในการคัดกรอง/ราย (นาที) 1.07 ราย/นาที
เกิดปัญหาขึ้นระหว่างการใช้งาน 66.7%
การเสียบบัตร 75%
การบันทึกข้อมูล 0%
การประมวลผล 0%
การประสานข้อมูล 25%
อภิปรายผล
ผลการดำเนินงานของโปรแกรมคัดกรองโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ จังหวัดหนองคาย
พบว่า นวัตกรรมนี้สามารถตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของระบบบริการสุขภาพ ในระดับปฐมภูมิ
ได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะในด้านการ ลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ รพ.สต. การที่โปรแกรมสามารถเชื่อมต่อ
กับบัตรประชาชนเพื่อดึงข้อมูลอัตโนมัติ ช่วยลดขั้นตอนการกรอกข้อมูลและลดเวลาในการให้บริการลงได้
โดยสามารถคัดกรองได้ 1 รายต่อนาที ระบบ Dashboard ยังช่วยให้สามารถบริหารจัดการข้อมูลเชิงระบบ
ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งนอกจากจะสามารถนำไปใช้ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองหนองคาย

