Page 826 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 826
T53
3. วิธีการศึกษา
กลุ่มตัวอย่างที่คัดเลือกเป็นพื้นที่นำร่องคือชุมชนกุโบร์รวมใจ วิธีคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วม
โครงการ คือเป็นพื้นที่ที่ชุมชนเข้มแข็ง บุคลากร (รพสต.)และเครือข่ายให้ความร่วมมือดี มีวิธีการศึกษาคือ
3.1 ศึกษาระบบการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยระยะท้ายในชุมชนนำร่องร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
ในพื้นที่ โดยร่วมกันค้นหาประเด็นที่เป็นปัญหาของพื้นที่ หาแนวทางในการดำเนินการแก้ปัญหาและพัฒนา
ระบบบริการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิง ผู้ป่วยระยะท้าย รวมถึงผู้สูงอายุ ติดบ้าน ติดเตียง ให้มีคุณภาพ
และได้มาตรฐานที่เหมาะสมกับพื้นที่
3.2 ระดมความเห็นต่อประเด็นแนวทางการพัฒนาระบบบริการและสรุปประเด็นจากทีมทำงานหลัก
ในพื้นที่ ร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาระบบชีวาภิบาลในชุมชน
3.3 พัฒนาศักยภาพบุคลากรสุขภาพทีมผู้รับผิดชอบหลักในพื้นที่นำร่องตามประเด็นที่ต้องการพัฒนา
3.4 ดำเนินการ ค้นหาผู้ป่วยกลุ่มเป้าหมายเชิงรุกในชุมชน เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการชีวาภิบาลของ
ผู้ป่วยในกลุ่มเป้าหมาย และรณรงค์การทำการวางแผนดูแลล่วงหน้าในชุมชน โดยผู้ที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพ
(อสม.)
3.5 จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การวางแผนดูแลล่วงหน้าและ e-living will เพื่อรณรงค์ให้คนในชุมชน
ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการจัดทำการวางแผนดูแลล่วงหน้า
3.6 ติดตามและประเมินผลแนวทางการพัฒนาระบบฯ ค้นหาปัญหาการดำเนินงาน และทบทวน
ปรับปรุงแนวทางฯ ในการปรับปรุงพัฒนาระบบต่อไป
3.7 สรุปบทเรียนในพื้นที่พัฒนา ถอดบทเรียนจากการดำเนินงานพัฒนาระบบชีวาภิบาลในพื้นที่นำร่อง
และสรุปผล บทเรียนที่ได้จากการพัฒนา โอกาสพัฒนาและแผนการดำเนินงานในอนาคต
4. ผลการศึกษา
ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องรับทราบนโยบายชีวาภิบาลและการจัดบริการเชื่อมโยงจากโรงพยาบาลสู่ชุน
ชน เกิดความร่วมมือของภาคีเครืองข่ายที่่ีเกี่ยวข้องในการพัฒนาระบบการจัดบริการชีวาภิบาลในพื้นที่
รับผิดชอบของ “ศูนย์สุขภาพชุมชนกุโบร์รวมใจ”(พื้นที่นำร่อง) มีการระดมความเห็นจากทีมทำงานหลักในพื้นที่
ประเด็นปัญหาระบบการดูแล ประเด็นการพัฒนาระบบฯ แลกเปลี่ยนแนวคิดรูปแบบการดูแลผู้สูงอายุ ผู้ที่มี
ภาวะพึ่งพิงและผู้ป่วยระยะท้ายในชุมชนนำร่อง และประเด็นที่ทางอสม.ในพื้นที่ต้องการเพิ่มศักยภาพ
ในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ อสม.ในพื้นที่นำร่อง ได้รับการพัฒนาศักยภาพ มีความเข้าใจในแนวปฏิบัติระบบ
ชีวาภิบาล ทำให้มีความตื่นตัว นำความรู้ที่ได้ไปฝึกใช้งานในพื้นที่ โดยค้นหาผู้ป่วยเข้าสู่ระบบระบบบริการ
ได้ตามเกณฑ์ และเห็นถึงความสำคัญตระหนักถึงการวางแผนดูแลล่วงหน้า โดยได้ทำหนังสือแสดงเจตนาฯ
เป็นลายลักษณ์อักษรลงในระบบ e-living will ทุกคน และได้นำร่องการวางแผนดูแลล่วงหน้าไปสื่อสาร
กับคนในครอบครัว เพื่อให้เกิดความตระหนัก และมีแผนจะนำไปสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายและประชาชนใน
ชุมชน นอกจากนั้นเครืองข่ายที่เกี่ยวข้องมองเห็นว่าประเด็นการร่วมดูแลผู้ป่วยภาวะพึ่งพิงและระยะท้าย เป็น
สิ่งที่มีความสำคัญ และเป็นเรื่องใกล้ตัว เมื่อได้บูรณาการในประเด็นนี้คิดว่าเป็นประโยชน์มาก ทำให้เกิดการ
พัฒนาระบบชีวาภิบาลอย่างมีประสิทธิภาพ ร่วมกับมีการประสานเชื่อมโยงกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการดูแล
ผู้ป่วยกลุ่มเป้าหมายในระบบชีวาภิบาลในชุมชน มีแผนการจัดทำฐานข้อมูลหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

