Page 197 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 197
D29
การนำโปรแกรมการพยาบาลระบบสนับสนุนและให้ความรู้ มาใช้กับมารดาให้สามารถดูแลทารกแรกเกิด
ที่ได้รับการผ่าตัดพังผืดใต้ลิ้น เป็นการเตรียมความรู้ในรูปแบบการให้มารดาได้เห็นวิธีการมีส่วนร่วมเพื่อบรรเทาปวด
ที่ทำในสถานการณ์จริง ซึ่งจะทำให้มารดาได้คุ้นเคยเสมือนได้ทำจริงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การให้ความรู้
ในรูปแบบต่าง ๆ เป็นสิ่งสำคัญเพราะเป็นกระบวนการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของความรู้และการปฏิบัติ
การมีส่วนร่วม วิธีการอาจมีการหลายรูปแบบ เพื่อให้ได้เรียนรู้ประสบการณ์ที่ถูกต้อง เพื่อให้มารดามีส่วนร่วม
เพื่อบรรเทาปวด ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ ช่วยเพิ่มความมั่นใจ ส่งผลต่อพฤติกรรมการดูแลทารกแรกเกิด
เป็นไปในทางที่ดีขึ้น เกิดผลลัพธ์เพื่อให้มารดาและครอบครัวสามารถดูแลบุตรได้อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วย
ลดระยะเวลาการนอนโรงพยาบาล ลดภาวะแทรกซ้อนและผลที่อาจจะเกิดจากการดูแลที่ไม่ถูกต้องได้ ลดการ
เข้ารับการรักษาซ้ำในโรงพยาบาล และช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของทารกและครอบครัวได้ต่อไป
วัตถุประสงค์การศึกษา
เพื่อศึกษาผลของการใช้โปรแกรมการพยาบาลระบบสนับสนุนและให้ความรู้ ต่อการมีส่วนร่วมของ
มารดาเพื่อบรรเทาความปวดในทารกแรกเกิดที่ได้รับการผ่าตัดพังผืดใต้ลิ้น
วิธีการศึกษา
งานวิจัยครั้งนี้ ใช้กรอบทฤษฎีแนวคิดระบบการพยาบาลของ Orem โดยการดำเนินการพยาบาลระบบ
สนับสนุนและให้ความรู้ (Educative supportive nursing system) ประกอบด้วย การสอน (Teaching)
การสนับสนุน (Supporting) การชี้แนะ (Guiding another) และการสร้างสิ่งแวดล้อม ด้วยกระบวนการวิจัย
ซึ่งประกอบไปด้วย 4 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 การค้นหาประเด็นปัญหาจากการปฏิบัติงานและจากแหล่งความรู้
ระยะที่ 2 การค้นหาหลักฐานเชิงประจักษ์และพัฒนาปฏิบัติการพยาบาล ระยะที่ 3 นำไปทดลองใช้ ระยะที่ 4
การนำโปรแกรมการพยาบาลที่ปรับปรุงแล้วไปใช้จริงในการปฏิบัติการพยาบาล โดยมุ่งหวังเพื่อให้มารดามีส่วนร่วม
เพื่อบรรเทาปวด ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ ช่วยเพิ่มความมั่นใจ ส่งผลต่อพฤติกรรมการดูแลทารกแรกเกิด
เป็นไปในทางที่ดีขึ้น เกิดผลลัพธ์เพื่อให้มารดาและครอบครัวสามารถดูแลบุตรได้อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วย
ลดระยะเวลาการนอนโรงพยาบาล ลดภาวะแทรกซ้อนและผลที่อาจจะเกิดจากการดูแลที่ไม่ถูกต้อง ลดการเข้ารับ
การรักษาซ้ำในโรงพยาบาล และช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของทารกและครอบครัว ในงานวิจัยครั้งนี้ มีกลุ่มทดลอง
30 ราย และกลุ่มควบคุม 30 ราย โดยใช้แบบสอบถามความรู้ และแบบประเมินการมีส่วนร่วมของมารดา
เพื่อบรรเทาความปวดในทารกแรกเกิดที่ได้รับการผ่าตัดพังผืดใต้ลิ้น ในโรงพยาบาลอุดรธานี ซึ่งผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง
ผ่าการตรวจสอบความตรงด้านเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 ท่านและทดสอบความเชื่อมั่นของ
แบบสอบถามการมีส่วนร่วมของมารดาโดยใช้สูตร Kuder-Richardson ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.70 และ
ทดสอบความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม โดยใช้สูตรสัมประสิทธ์อัลฟาครอนบาค ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.72
ข้อมูลทั่วไปใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยล่ะและค่าเฉลี่ย เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนการมีส่วนร่วมของ
มารดาเพื่อบรรเทาความปวดในทารกแรกเกิดที่ได้รับการผ่าตัดพังผืดใต้ลิ้น จำแนกตามกลุ่มควบคุมและ
กลุ่มทดลองภายหลังการทดลอง โดยใช้สถิติ Independent t – test
ผลการศึกษา
1. คะแนนเฉลี่ยของความรู้ของโปรแกรมการพยาบาลระบบสนับสนุนและให้ความรู้ เรื่องการมีส่วนร่วม
ของมารดาเพื่อบรรเทาความปวดในทารกแรกเกิดที่ได้รับการผ่าตัดพังผืดใต้ลิ้น ในกลุ่มทดลองมากกว่า
กลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (P=0.001)
2. คะแนนเฉลี่ยของการมีส่วนรวมของมารดาเพื่อบรรเทาความปวดในทารกแรกเกิดที่ได้รับการผ่าตัด
พังผืดใต้ลิ้น ในกลุ่มทดลองมากกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (P=0.001)

