Page 199 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 199
D31
พัฒนาระบบการดูแลทารกแรกเกิดป่วยที่มีภาวะ TTNB เพื่อความปลอดภัยและลดการส่งต่อ
นางนวลฉวี อินทร์พันธ์
โรงพยาบาลคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ เขตสุขภาพที่ 9
ประเภท นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
ภาวะ Transient Tachypnea of the Newborn (TTNB) หรือภาวะหายใจเร็วชั่วคราวในทารกแรกเกิด
ส่งผลให้ทารกต้องได้รับการดูแลเฉพาะทางอย่างใกล้ชิด จากการเก็บรวบรวมข้อมูล โรงพยาบาลคูเมือง
ปี 2565 - 2568 ทารกแรกเกิดป่วยที่มีภาวะ TTNB ย้ายเข้ารับการดูแลที่ Unit sick newborn และมีการส่งต่อไป
โรงพยาบาลแม่ข่าย คิดเป็น 60%, 60%, 7.14% และ 0% ตามลำดับ และไม่มีเสียชีวิตในระหว่างรักษา จากข้อมูล
ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบการดูแลเพื่อลดการส่งต่อและเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ป่วย
วัตถุประสงค์การศึกษา
เพื่อให้ผู้ป่วยกลุ่มทารกแรกเกิดที่มีภาวะ TTNB ได้รับการดูแลถูกต้องเหมาะสม ปลอดภัยไม่เกิดภาวะ
หายใจล้มเหลวหรือเสียชีวิตในระหว่างรักษา ลดการส่งต่อ ผู้ให้บริการและผู้รับบริการพึงพอใจ
ตัวชี้วัด
1. จำนวนครั้งของการจัดอัตรากำลังไม่เหมาะสมกับงาน
2. ร้อยละของผู้ป่วยที่เสียชีวิตขณะนอนโรงพยาบาล (เป้าหมาย 0%)
3. ร้อยละของผู้ป่วยที่ต้องส่งต่อ (เป้าหมาย <10%)
4. ร้อยละความพึงพอใจของผู้รับบริการ (เป้าหมาย >90%)
5. ร้อยละความพึงพอใจของผู้ให้บริการ (เป้าหมาย >90%)
วิธีการศึกษา
ปี 2565 - 2566 ดำเนินการ
1. การปรับระบบการดูแลผู้ป่วย Unit Sick newborn
2. การจัดทำ Standing Order และ CPG แนวทางการดูแลผู้ป่วยโดยกุมารแพทย์
3. เตรียมจัดซื้ออุปกรณ์ Incubator, Radiant warmer, HHHFNC
4. มีระบบการตรวจสอบความพร้อมใช้ของอุปกรณ์สำหรับทารกป่วย
5. ส่งบุคลากรพยาบาลฝึกประสบการณ์ที่ Unit Sick newborn โรงพยาบาลแม่ข่าย คนละ 1 สัปดาห์
ผลลัพธ์ พยาบาลได้รับการฝึกประสบการณ์ที่โรงพยาบาลแม่ข่าย คิดเป็น 100% ผู้ป่วยได้รับการดูแล
ได้อย่างปลอดภัยและเหมาะสม มีอัตราการส่งต่อในปี 2565 - 2566 คิดเป็น 60% และ 60% ตามลำดับ แต่ยัง
มีปัญหาเรื่องอัตรากำลังไม่เหมาะสมกับงาน มีการใช้อัตรากำลังร่วมกับเด็กสามัญ และประสบการณ์ความมั่นใจ
ในการดูแลผู้ป่วยยังไม่เพียงพอ
ปี 2567 - 2568 ดำเนินการ
1. จัดอัตรากำลังดูแลผู้ป่วยอย่างเหมาะสมกับผู้ป่วยระยะวิกฤต/กึ่งวิกฤต พยาบาล 1:1/เวร
2. มีระบบการดูแล Monitor ผู้ป่วยโดยการใช้เครื่องมือ Newborn Intensive Care
3. พัฒนาความรู้ Competency ให้บุคลากร โดยแพทย์เฉพาะทางทั้งในโรงพยาบาลและนอกโรงพยาบาล
4. มีระบบ Training สำหรับพยาบาลที่ขึ้นปฏิบัติงาน

