Page 454 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 454

J2

                  ผลการศึกษา

                           พบว่าผู้ป่วยหลังผ่าตัดจอประสาทตาและน  าวุ้นตา 1) ค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ในการดูแลตนเอง
                  ก่อนและหลังได้รับโปรแกรมฯ มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ (p-value<0.001) โดยหลังได้รับ

                  โปรแกรมฯ = 14.7 (SD±0.67) มากกว่าก่อนได้รับโปรแกรมฯ = 7.3 (SD±2.05) 2) ค่าเฉลี่ยคะแนนทักษะ

                  ในการดูแลตนเองของผู้ป่วยผ่าตัดจอประสาทตาและน  าวุ้นตาก่อนและหลังได้รับโปรแกรมฯ มีความแตกต่างกัน
                  อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ (p-value<0.001) โดยหลังได้รับโปรแกรมฯ = 13.8 (SD±0.61) มากกว่าก่อนได้รับ

                  โปรแกรมฯ = 4.9 (SD±0.49) 3) ไม่เกิดอุบัติการณ์การกลับมารับการรักษาซ  าในโรงพยาบาลภายใน 28 วัน
                  4) ภาพรวมความพึงพอใจของผู้ป่วยผ่าตัดจอประสาทตาและน  าวุ้นลูกตาหลังได้รับโปรแกรมฯ อยู่ในระดับ

                  มากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 93.0 5) ระดับความพึงพอใจของพยาบาลหลังใช้โปรแกรมฯ อยู่ในระดับ

                  มากที่สุดโดยมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 93.8

                  อภิปรายผล

                         โปรแกรมการวางแผนจ าหน่ายผู้ป่วยผ่าตัดจอประสาทตาและน  าวุ้นตา หอผู้ป่วยโสต ศอ นาสิก จักษุ
                  โรงพยาบาลล าปาง สามารถช่วยให้ผู้ป่วยผ่าตัดจอประสาทตาและน  าวุ้นตามีความรู้และทักษะในการดูแล

                  ตนเอง ไม่เกิดอุบัติการณ์การกลับมารับการรักษาซ  าในโรงพยาบาลภายใน 28 วัน มีความพึงพอใจในระดับ
                  มากที่สุดหลังได้รับโปรแกรมฯ และพยาบาลมีความพึงพอใจต่อการใช้โปรแกรมฯ ในระดับมากที่สุด


                  สรุปและเสนอแนะ
                           โปรแกรมการวางแผนจ าหน่ายผู้ป่วยผ่าตัดจอประสาทตาและน  าวุ้นตาหอผู้ป่วยโสต ศอ นาสิก จักษุ

                  โรงพยาบาลล าปาง ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถปฏิบัติตัวได้ถูกต้องหลังผ่าตัด เพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา ส่งผลให้

                  ผู้ป่วยมีโอกาสกลับมามองเห็นได้ จึงเห็นสมควรน ามาใช้ในหน่วยงาน ข้อเสนอแนะด้านการปฏิบัติการพยาบาล
                  สามารถปรับปรุงใช้กับผู้ป่วยโรคตาอื่น ๆ ที่ต้องใช้ความรู้และทักษะในการดูแลตนเอง ด้านการบริหาร

                  การพยาบาลสามารถน าโปรแกรมฯ มาใช้ในการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรในหน่วยงาน ด้านวิชาการใช้เป็น

                  แนวทางในการศึกษาวิจัยต่อยอด ในกลุ่มโรคที่ต้องมีผู้ดูแลเข้ามามีส่วนส าคัญในการดูแลเพื่อส่งเสริมการหายของโรค
   449   450   451   452   453   454   455   456   457   458   459