Page 453 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 453
J1
ผลของโปรแกรมการวางแผนจ้าหน่ายผู้ป่วยผ่าตัดจอประสาทตาและน ้าวุ้นตา
หอผู้ป่วยโสต ศอ นาสิก จักษุ โรงพยาบาลล้าปาง
นางดรุณี ทิพย์มณฑา และนางอรทัย หล้านามวงค์
โรงพยาบาลล าปาง จังหวัดล าปาง เขตสุขภาพที่ 1
ประเภท วิชาการ
ความส้าคัญของปัญหาวิจัย
จอประสาทตาเป็นส่วนส าคัญที่สุดของการมองเห็น หากจอประสาทตาหลุดลอกแล้วไม่ได้รับ
การรักษาที่เหมาะสมทันท่วงที อาจท าให้เกิดการสูญเสียการมองเห็นที่รุนแรงจนถึงตาบอด ผู้ป่วยจึงต้องได้รับ
การรักษาเร่งด่วนโดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้วยวิธีการผ่าตัดน าวุ้นตาร่วมกับฉีดแก๊สให้ไปดันจอประสาทตา
ให้ติดกลับ ซึ่งต้องได้รับการดูแลหลังผ่าตัดในรูปแบบเฉพาะ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ต้องนอนคว่ าหน้าหลัง
ผ่าตัดประมาณ 16 ชั่วโมง/วัน เป็นเวลาประมาณ 3 - 4 สัปดาห์ หากผู้ป่วยปฏิบัติตัวถูกต้องจะเพิ่ม
ประสิทธิภาพในการรักษา ส่งผลให้มีโอกาสกลับมามองเห็นได้
วัตถุประสงค์การศึกษา
เพื่อศึกษา 1) เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ในการดูแลตนเองของผู้ป่วยผ่าตัดจอประสาทตา
และน าวุ้นตาก่อนและหลังได้รับโปรแกรมการวางแผนจ าหน่ายผู้ป่วยผ่าตัดจอประสาทตาและน าวุ้นตา
หอผู้ป่วยโสต ศอ นาสิก จักษุ โรงพยาบาลล าปาง 2) เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนทักษะในการดูแลตนเองของ
ผู้ป่วยผ่าตัดจอประสาทตาและน าวุ้นตาก่อนและหลังได้รับโปรแกรมฯ 3) อุบัติการณ์การกลับมารับการรักษาซ า
ในโรงพยาบาลภายใน 28 วัน 4) ระดับความพึงพอใจของผู้ป่วยผ่าตัดจอประสาทตาและน าวุ้นลูกตาหลังได้รับ
โปรแกรมฯ และ 5) ระดับความพึงพอใจของพยาบาลหลังใช้โปรแกรมฯ
วิธีการศึกษา
การวิจัยครั งนี เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดผลก่อน-หลัง (one group pre–posttest design)
โดยมีกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยที่มารับบริการผ่าตัดจอประสาทตาและน าวุ้นตา ที่หอผู้ป่วยโสต ศอ นาสิก จักษุ
โรงพยาบาลล าปาง ตั งแต่ 1 ตุลาคม 2566 ถึง 31 มกราคม 2567 จ านวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่
1) โปรแกรมการวางแผนจ าหน่ายผู้ป่วยผ่าตัดจอประสาทตาและน าวุ้นตาหอผู้ป่วยโสต ศอ นาสิก จักษุ
โรงพยาบาลล าปาง 2) แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปของผู้ป่วย 3) แบบทดสอบความรู้ในการดูแลตนเองของ
ผู้ป่วย 4) แบบประเมินทักษะการปฏิบัติตัวของผู้ป่วย 5) แบบบันทึกการเกิดอุบัติการณ์การกลับมารับ
การรักษาซ าในโรงพยาบาลภายใน 2 8 วัน 6) แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ป่วย และ
7) แบบสอบถามความพึงพอใจของพยาบาลหลังใช้โปรแกรมฯ เครื่องมือทุกชุดได้รับการตรวจสอบความตรง
เชิงเนื อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ได้ค่าดัชนีความตรงเชิงเนื อหา CVI = 0.80 ทุกชุด เครื่องมือชุดที่ 3 และ 4
ได้รับการตรวจสอบความเชื่อมั่นโดยการวิเคราะห์ สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคได้ค่าเท่ากับ 0.82
การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและ Dependent t-test

