Page 495 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 495
K18
2. แบบประเมินการวัด Stage of Change Theory (ออกแบบเอง)
ขั้นตอนการดำเนินการวิจัย มี 3 ระยะ 4 ขั้นตอน ได้แก่
ระยะที่ 1: ขั้นเตรียมการ:ศึกษาข้อมูลและทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับโรคเบาหวาน, CBT
และ Stage of Change ศึกษาข้อมูลสถิติและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ระยะที่ 2: ขั้นปฏิบัติการ:
ขั้นตอนวางแผน (Plan): วางแผนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยใช้แบบบันทึกกิจกรรม CBT
และแบบประเมิน Stage of Changeขั้นตอนปฏิบัติการ (Action): ประเมินระยะการเปลี่ยนแปลง
พฤติกรรม, ให้ผู้ป่วยทำแบบบันทึกกิจกรรม CBT, ตั้งเป้าหมายร่วมกับผู้ป่วย, นัดปรับพฤติกรรม
ทุกเดือน, และตรวจค่า HbA1c และ FBS ในเดือนที่ 3ขั้นตอนสังเกตการณ์ (Observe) และสะท้อน
ผลการปฏิบัติงาน (Reflection): ผู้ป่วยสะท้อนการปฏิบัติพฤติกรรม, ผู้วิจัยวิเคราะห์ผลจากแบบ
บันทึกกิจกรรม CBT และแบบประเมิน Stage of Change, และรวบรวมปัญหาและอุปสรรค
ระยะที่ 3: ประเมินผล:
ประเมินผลการพัฒนาคุณภาพการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดสะท้อนผลการศึกษา
ให้กับผู้รับผิดชอบงานควบคุมโรคไม่ติดต่อใน รพ.สต. ของอำเภอหนองมะโมง
การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป โดยแบ่งตามลักษณะข้อมูล
และใช้สถิติในการวิเคราะห์ ดังนี้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ การวิเคราะห์ข้อมูลในในการสนทนา วิเคราะห์
ข้อมูลโดยนำข้อมูลที่ได้จากการสนทนามาเรียบเรียง จัดกลุ่มเนื้อหาและจับประเด็นหรือ
คำสำคัญจากเนื้อหาการสนทนาให้สอดคล้องกับแนวทางการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (content analysis)การ
วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ โปรแกรมสำเร็จรูป
โดยเลือกสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ดังนี้ ข้อมูลทั่วไป แบบประเมินความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
(Stage of Change) ค่าFBS ,HBA1C และแบบบำบัดความคิดและพฤติกรรม 1. ใช้สถิติพรรณนา ได้แก่ การ
ใช้วิธีแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2. ใช้สถิติเชิงอนุมาน paired t-test
กำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ผลการศึกษา
ผลการเปรียบเทียบระดับน้ำตาลในเลือด ของกลุ่มทดลอง ก่อนและหลังการพัฒนาคุณภาพการควบคุม
ระดับน้ำตาลในเลือด ของผู้ป่วยโรคเบาหวาน (n=52) พบว่า ผลรวมเฉลี่ยของการตรวจ FBS ก่อนการพัฒนา
คุณภาพการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ของผู้ป่วยโรคเบาหวาน = 214.35 S.D. = 46.114 หลังการ
พัฒนาคุณภาพฯ มีผลการตรวจ FBS ลดลง = 190.27 S.D. = 76.214 จะเห็นได้ว่า หลังการพัฒนาคุณภาพฯ
ผลรวมเฉลี่ยของการตรวจ FBS ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 (p=.041 )
ผลรวมเฉลี่ยของการตรวจน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1C) ก่อนการพัฒนาคุณภาพการควบคุมระดับ
น้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวาน = 9.92 S.D. =2.008 หลังการพัฒนาคุณภาพฯ ลดลงเป็น = 8.69
S.D. = 1.733 จะเห็นได้ว่า หลังการพัฒนาคุณภาพฯ ผลรวมเฉลี่ยของการตรวจน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1C)
ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .001 (p=.000)

