Page 496 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 496

K19

                         ผลการเปรียบเทียบ ความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม (Stages of change) ของกลุ่มทดลอง

                  ก่อนและหลังการพัฒนาคุณภาพการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ของผู้ป่วยโรคเบาหวาน (n=52) พบว่า
                     = 1.77 S.D. = 0.425 ซึ่งยังอยู่ขั้นเมินเฉย หลังการการพัฒนาคุณภาพฯ มีผลรวมเฉลี่ยความพร้อม

                  ในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม   = 36.9 S.D.=0.466 ซึ่งอยู่ขั้นกระทำการเปลี่ยนแปลง จะเห็นได้ว่า หลังการ

                  พัฒนาคุณภาพฯ มีผลรวมเฉลี่ยความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสูงขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
                  ที่ระดับ .001 (p=.000)


                  อภิปรายผล
                         การศึกษาพบว่า การบำบัดด้วย CBT ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถระบุและปรับเปลี่ยนความคิดและ

                  พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ซึ่งส่งผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ Stage of Change Theory ช่วยให้

                  ผู้ป่วยเข้าใจถึงขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และสามารถวางแผนการดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสม
                  ในแต่ละขั้นตอน การใช้ CBT ร่วมกับ Stage of Change Theory ช่วยเสริมสร้างซึ่งกันและกัน โดย CBT

                  ช่วยปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม ในขณะที่ Stage of Change Theory ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงขั้นตอน
                  การเปลี่ยนแปลงและวางแผนการดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสม ข้อจำกัดของการศึกษา การศึกษาครั้งนี้

                  มีข้อจำกัดบางประการ เช่น ขนาดตัวอย่างที่จำกัด หรือการศึกษาในระยะเวลาที่สั้น ดังนั้น ควรมีการศึกษา

                  เพิ่มเติมในอนาคตมีงานวิจัยหลายชิ้นที่ศึกษา ว่าระดับ FBS และ HbA1c มีความสัมพันธ์เชิงบวก
                  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สอดคล้องกับการศึกษาของ นางสาวชลภาวีย์ มะตะ (2561) การตรวจวัด FBS

                  สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้เบื้องต้นของการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวาน อย่างไรก็ตาม
                  การตรวจวัด HbA1c ยังคงเป็นวิธีมาตรฐานในการวินิจฉัยและติดตามการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

                  มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระดับ stage of change กับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

                  ของผู้ป่วยโรคเบาหวาน สอดคล้องกับการศึกษาของ นางสาวณัฐกานต์ จันทร์พรม (2561) มีงานวิจัยหลายชิ้น
                  ที่ศึกษาผลของ CBT มีผลต่อความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

                  ของผู้ป่วยโรคเบาหวานสูงขึ้น สอดคล้องกับการศึกษาของนางสาวนภัสสร บุญลือ (2560)

                  สรุปและข้อเสนอแนะ

                         การใช้ Stage of Change Theory และ CBT สามารถช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

                  และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพผู้ป่วยส่วนใหญ่หลังเข้าร่วมโครงการอยู่ในขั้น
                  กระทำการ (Action) ขั้นที่ 4 การบำบัดพฤติกรรมทางปัญญา (CBT) ช่วยให้ผู้ป่วยระบุความคิดและพฤติกรรม

                  ที่เป็นอุปสรรคต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดระดับ FBS,HbA1c ของผู้ป่วยส่วนใหญ่ลดลงจากเดิม

                  ข้อเสนอแนะ

                         ผู้ให้บริการสุขภาพสามารถนำกระบวน  Stage of Change  และCBT  นี้ไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทาง

                  ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของ ผู้ป่วยโรคเบาหวานในสถานบริการต่างๆ เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวาน
                  มีความรู้และสามารถจัดการกับโรคได้ด้วยตนเอง อย่างถูกต้อง ลดภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นจากระดับน้ำตาล

                  ในเลือดสูงได้
   491   492   493   494   495   496   497   498   499   500   501