Page 541 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 541
L3
ผลการศึกษา
1. การพัฒนาระบบ ในการออกแบบระบบ IMIS-HMM ผู้วิจัยได้บันทึกและเก็บรวบรวมข้อมูลบนโปรแกรม
Microsoft Access และนำข้อมูลที่ได้บันทึกและใช้งานใน Google sheets ที่เป็นฐานข้อมูล และได้แสดงข้อมูล
จากฐานข้อมูลบนเว็บแอปพลิเคชัน Looker Studio โดยแบ่งหน้าต่างการใช้งานออกเป็น 2 หน้าต่าง คือ
หน้าต่างการบริหารคลังสินค้า และหน้าต่างการกระจายสินค้า โดยมีฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การบริหารจัดการ
คลังสินค้า เช่น การแจ้งเตือนและการแสดงข้อมูลแบบเรียลไทม์
2. ผลการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของระบบก่อนและหลังการใช้ระบบ IMIS-HMM พบว่า ประสิทธิภาพ
ในภาพรวมของระบบ IMIS-HMM มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.17 ± 0.66 และระบบเดิม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.50 ± 0.61
วิเคราะห์ด้วย Paired Sample t-test พบว่าระบบ IMIS-HMM มีประสิทธิภาพสูงกว่าระบบเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
ทางสถิติ (t = -18.75, p < 0.001) และประเด็นที่มีประสิทธิภาพสูงสุด คือ ประสิทธิภาพในการแจ้งเตือน
เมื่อเวชภัณฑ์มีปริมาณต่ำหรือใกล้หมดอายุ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.50 ± 0.57 เทียบกับระบบเดิม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ
2.18 ± 0.55
ภาพแสดงหน้าต่างระบบ IMIS-HMM แสดงข้อมูลผ่าน Looker Studio
3. ผลการศึกษาความพึงพอใจต่อระบบ IMIS-HMM ทำการประเมิน 4 ด้าน พบว่า ด้านการใช้งานระบบ
มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.26 ± 0.60 ด้านความมีประสิทธิภาพ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.34 ± 0.58 ด้านความมีประสิทธิผล
มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.38 ± 0.56 ด้านความพึงพอใจของผู้ใช้ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.33 ± 0.61 (ทุกด้านมีคะแนนเต็ม 5)
จึงสามารถสรุปได้ว่า ผู้ทดลองใช้งานระบบมีความพึงพอใจ ในระดับมากในการประเมินทั้ง 4 ด้าน
อภิปรายผล
การพัฒนาระบบสารสนเทศสำหรับการบริหารจัดการคลังสินค้าที่เหมาะสมกับบริบทของโรงงาน
ผลิตยาสมุนไพร โรงพยาบาลสอง จังหวัดแพร่ โดยใช้ฐานข้อมูล Online ผ่าน Google sheets และแสดงผล
ผ่าน Looker Studio ในรูปแบบ Dash Boards พบว่า ในด้านประสิทธิภาพ ความแม่นยำ ความง่ายในการใช้งาน
และการตอบโจทย์บริบทโรงพยาบาลสอง ช่วยลดความสูญเสีย และสนับสนุนการตัดสินใจ เป็นอีกทางเลือก
สำหรับการนำโปรแกรมสำเร็จรูปจากผู้ให้บริการต่างๆ มาประยุกต์ใช้ได้กับงานควบคุมการผลิตยาสมุนไพร
ผู้วิจัยเลือกบริการของบริษัท Google ที่เป็นบริการฟรี และมีระบบความปลอดภัยสูงในการเข้าถึงข้อมูล

