Page 540 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 540
L2
งานวิจัยครั้งนี้ ได้รับการรับรองจริยธรรมการวิจัย จากคณะกรรมการจริยธรรมสำหรับโครงการวิจัยที่ทำ
ในมนุษย์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่ ตามหนังสือรับรองเลขที่ PPH No. 073/2567
ประชากรในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ บุคลากรของโรงพยาบาลสองที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการเวชภัณฑ์
ยาสมุนไพรและกระบวนการผลิตยาสมุนไพร ประกอบด้วย ผู้บริหารและคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลสอง
บุคลากรกลุ่มงานบริหารทั่วไป กลุ่มงานเภสัชกรรมและคุ้มครองผู้บริโภค กลุ่มงานการแพทย์แผนไทยและการแพทย์
ทางเลือก เภสัชกรประจำโรงงานผลิตยาสมุนไพร และเจ้าหน้าที่ผลิตยาสมุนไพร รวมทั้งสิ้น 65 คน กลุ่มตัวอย่าง
ถูกกำหนดตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย โดยมีเกณฑ์การคัดเลือก ดังนี้
1. เป็นบุคลากรของโรงพยาบาลสองที่เกี่ยวข้องกับการจัดการคลังสินค้าและกระบวนการผลิตยาสมุนไพร
2. ปฏิบัติงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบริจัดการผลิตยาสมุนไพรไม่น้อยกว่า 5 ปี ขนาดกลุ่มตัวอย่าง
คำนวณโดยใช้สูตรของ Taro Yamane ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 ได้จำนวน 56 คน และดำเนินการคัดเลือก
โดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เพื่อให้ได้กลุ่มตัวอย่างที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การวิจัย
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล คือ
1. ระบบสารสนเทศสำหรับการบริหารจัดการคลังสินค้าที่เหมาะสมกับบริบทของโรงงานผลิตยาสมุนไพร
(IMIS-HMM) โรงพยาบาลสอง จังหวัดแพร่ ประกอบไปด้วย โปรแกรม Microsoft Access เว็บแอปพลิเคชัน
Google Sheet และ Looker Studio (formerly known as Google Data Studio)
2. เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบประเมิน ประกอบด้วย 3 ส่วน ดังนี้
ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบประเมิน ส่วนที่ 2 แบบประเมินประสิทธิภาพของระบบ
สารสนเทศสำหรับการบริหารจัดการคลังสินค้าที่เหมาะสมกับบริบทของโรงงานผลิตยาสมุนไพร (IMIS-HMM)
โรงพยาบาลสอง จังหวัดแพร่ จำนวน 10 ข้อคำถาม และส่วนที่ 3 แบบประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้งานต่อ
ระบบสารสนเทศสำหรับการบริหารจัดการคลังสินค้าที่เหมาะสมกับบริบทของโรงงานผลิตยาสมุนไพร
(IMIS-HMM) จำนวน 27 ข้อคำถาม ในส่วนที่ 3 ใช้อ้างอิงจากการประเมินการใช้งานโปรแกรมประยุกต์ทาง
สุขภาพของ mHIMSS หัวข้อใน การประเมินมีทั้งหมด 4 ด้าน คือ 1. ด้านการใช้งานระบบ (system usability)
2. ด้านความมีประสิทธิภาพ (efficiency) 3. ด้านความมีประสิทธิผล (effectiveness) และ 4. ด้านความพึงพอใจ
ของผู้ใช้ (user satisfaction) โดยมีการกำหนดรูปแบบของการประเมินประสิทธิภาพและความพึงพอใจ
เป็นมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ตามแนวคิดของลิเคิร์ท จาก 1-5 (คะแนน 1 = ไม่พึงพอใจมากที่สุด
ไปจนถึงคะแนน 5 = พึงพอใจมากที่สุด)
การศึกษาครั้งนี้ดำเนินการพัฒนาและประเมินผลตามวงจรการดำเนินงานทั้ง 2 วงจรหลัก ตั้งแต่
กันยายน 2567 ถึง มีนาคม 2568
การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) เพื่อแสดงลักษณะทั่วไป
ของประชากร ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา ความถี่ในการใช้งานระบบ แสดงผลการวิเคราะห์ โดยใช้
ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการใช้สถิติอนุมาน (Inferential Statistics) เพื่อวิเคราะห์
เปรียบเทียบประสิทธิภาพก่อนและหลังการใช้ระบบ IMIS-HMM และความพึงพอใจของผู้ใช้ต่อระบบ
IMIS-HMM ด้วยสถิติ Paired sample t-test

