Page 560 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 560
L22
การพัฒนารูปแบบความสำเร็จของระบบบริการและการจัดการองค์ความรู้
ในการดูแลผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน คลินิกแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลพระปกเกล้า
พทป.ศรัณณัฏฐ์ แสนเสนาะ
โรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี เขตสุขภาพที่ 6
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
โรคสะเก็ดเงินพบได้ในทุกวัย เกิดจากความผิดปกติของพันธุกรรม ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
ทำให้เกิดการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนังที่เร็วกว่าปกติ ทำให้ผิวหนังหนาตัวขึ้น พบได้ร้อยละ 2 ของประชากร
ทางการแพทย์แผนไทยเทียบเคียงได้กับเรื้อนมูลนกตามคัมภีร์แพทย์แผนไทย ซึ่งคลินิกแพทย์แผนไทย
มีการรักษาผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินบูรณาการร่วมกับการแพทย์แผนปัจจุบันมายาวนานกว่า 10 ปี แต่ยังไม่มี
การจัดทำชุดองค์ความรู้ของรูปแบบการพัฒนาระบบบริการและการจัดการองค์ความรู้การดูแลผู้ป่วย
โรคสะเก็ดเงินอย่างเป็นระบบแบบครบวงจร อันจะเกิดประโยชน์สูงสุดที่จะเป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับ
เครือข่ายในการดูแลรักษาผู้ป่วย
วัตถุประสงค์การศึกษา
1. เพื่อศึกษากระบวนการรูปแบบในการพัฒนาระบบบริการและการจัดการองค์ความรู้ในการดูแล
ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินแบบบูรณาการอย่างครบวงจรในคลินิกแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลพระปกเกล้า
2. เพื่อจัดทำชุดองค์ความรู้ในการเป็นต้นแบบ (Role model) สำหรับการพัฒนาระบบบริการ
และการจัดการองค์ความรู้ต่อยอดให้กับเครือข่ายสุขภาพ
วิธีการศึกษา
การศึกษาข้อมูลในครั้งนี้ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action research) โดยใช้วงจรปฏิบัติการ
4 ขั้นตอน คือ การวางแผน(Planning-P) การปฏิบัติตามแผน (Action-A) การตรวจสอบ (Observation-O)
และการสะท้อนผลปฏิบัติ(Reflection-R) ตามแนวคิดของ Kemmis & McTaggart ดำเนินการเก็บข้อมูล
เดือนมกราคม พ.ศ. 2565 - กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 โดยการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
ส่วน 1 ของผู้ให้บริการได้จากการสัมภาษณ์ผู้ให้บริการผู้ป่วยในคลินิกแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลพระปกเกล้า
ทุกรายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน และศึกษาจากเอกสารแนวทางเวชปฏิบัติ (CPG) โดยประเด็น
ที่ศึกษาเกี่ยวข้องกับนโยบายการบริหาร การจัดการองค์ความรู้ การจัดระบบบริการ กระบวนการพัฒนางาน
บริการ ปัญหาอุปสรรค แนวทางแก้ไขปัญหา ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ส่วน 2 ของผู้รับบริการ ได้แก่ ผู้ป่วยโรคสะเก็ด
เงินที่เข้ามารับการรักษาที่คลินิกแพทย์แผนไทย คัดเลือกผู้ป่วยใช้วิธีคัดเลือกผู้ป่วยแบบเจาะจง (Purposive
sampling) ตามเกณฑ์การคัดเข้าออก พบว่ามีกลุ่มตัวอย่างจำนวน 42 ราย ทุกรายได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์
แผนปัจจุบันว่าเป็นโรคสะเก็ดเงิน โดยทุกรายรับประทานยาสมุนไพรตำรับต่อเนื่อง 3 เดือน เพื่อประเมิน
ผลการรักษาผู้ป่วยหลังปรับปรุง CPG วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นไปตามแนวทางการการวิเคราะห์ข้อมูล
เชิงปริมาณโดยการแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบโดยใช้สถิติ
paired-t test การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา พรรณนาข้อมูลในปรากฏการณ์
หรือรูปธรรม และวิเคราะห์ตีความข้อมูลเพื่อสร้างข้อสรุป

