Page 738 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 738
P33
การพัฒนาหมอนรูปทรงพิเศษสำหรับช่วยเชยคางในผู้ป่วยที่ได้รับยา
ระงับความรู้สึกแบบ TIVA เพื่อส่องกล้องลำไส้ใหญ่ในท่านอนตะแคง“หมอนซัพพอร์ตแอร์เวย์”
นางสาวรติกาญจน์ แสงพลสา นางสาววิลาวัลย์ พรมดอนกลอย และคณะ
โรงพยาบาลมหาสารคาม เขตสุขภาพที่ 7
ประเภท นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
การส่องกล้องลำไส้ใหญ่เป็นหัตถการสำคัญในการวินิจฉัยและรักษาโรคในระบบทางเดินอาหาร
ส่วนล่าง โดยเฉพาะโรคลำไส้ใหญ่และทวารหนัก เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่และภาวะลำไส้อักเสบ ผู้ป่วยจะต้องนอน
ตะแคงด้านซ้ายให้ก้นของผู้ป่วยชิดริมเตียง งอเข่าให้ชิดกับหน้าอกระหว่างทำหัตถการ ทีมวิสัญญีให้การ
ระงับความรู้สึกแบบ TIVA (Total Intravenous Anesthesia) เพื่อลดความเจ็บปวดและความไม่สุขสบาย ให้ออกซิเจน
แบบหน้ากาก ซึ่งการใช้เทคนิค TIVA อาจทำให้เกิดภาวะ Dyspnea, Apnea และ Hypoxemia ในช่วงแรก
ของการให้ยา และยังทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวเพิ่มความเสี่ยงต่อการอุดกั้นทางเดินหายใจ โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยอยู่ใน
ท่านอนตะแคงซ้าย ซึ่งเป็นท่าสำหรับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ท่านอนตะแคงอาจทำให้ศีรษะและคาง ของผู้ป่วย
เคลื่อนไปในทิศทางที่ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง เมื่อรวมกับฤทธิ์ของยาระงับความรู้สึกที่ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณคอ
และลิ้นคลายตัว จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการอุดกั้นทางเดินหายใจ การรักษาตำแหน่งศีรษะและคางให้อยู่ในแนว
ที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ปัจจุบันยังไม่มีอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อช่วยในการเชยคางในท่านอนตะแคง
บุคลากรทางการแพทย์จึงต้องปรับเปลี่ยนท่าทางของผู้ป่วยบ่อยครั้ง ซึ่งเพิ่มความยุ่งยากและความเสี่ยงในการดูแล
ผู้ป่วย การจัดท่าผู้ป่วยที่ไม่เหมาะสมอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น ภาวะสมองขาดออกซิเจน
การบาดเจ็บจากแรงกดทับ และปัญหาทางเดินหายใจอื่น ๆ ซึ่งส่งผลต่อการฟื้นตัวของผู้ป่วย การพัฒนาหมอนรูปทรง
พิเศษที่สามารถช่วยเชยคางและรักษาท่าทางที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงในการอุดกั้นทางเดิน
หายใจ เพิ่มความสะดวกในการดูแลผู้ป่วย และเพิ่มความปลอดภัยในการทำหัตถการ
จากสถิติของโรงพยาบาลมหาสารคามในช่วงปี พ.ศ. 2565-2567 พบว่า ผู้ป่วยที่มารับบริการส่องกล้อง
ตรวจลำไส้ใหญ่ จำนวน 611, 1,453 และ 1401 ราย ตามลำดับ มีการให้ยาระงับความรู้สึกชนิด TIVA
เพื่อส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นความจำเป็นในการใช้หัตถการนี้ ปัจจุบันนิยมใช้
ยา propofol ร่วมกับ fentanyl ในการระงับความรู้สึก พบอุบัติการณ์ผู้ป่วย Dyspnea 59% Apnea
79% Hypoxemia 5% หลังให้ยาในช่วงแรก ในสถานการณ์ที่ผู้ป่วยเกิดภาวะหยุดหายใจชั่วขณะ (apnea)
และกล้ามเนื้อคลายตัวหลังได้รับ propofol พยาบาลวิสัญญีมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยเปิดทางเดินหายใจ

