Page 743 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 743
P38
วิธีการศึกษา
รูปแบบการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยพรรณา (descriptive) ชนิดสองกลุ่ม
ประชากรที่ศึกษา คือ ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาในหอผู้ป่วยศัลยกรรมโรงพยาบาลโพนทอง กลุ่มตัวอย่าง
จำนวน 40 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย
ส่วนที่ 1 แบบสัมภาษณ์ข้อมูลส่วนบุคคล ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่าง
ประกอบด้วย ข้อมูลเกี่ยวกับ อายุ ระดับการศึกษา
ส่วนที่ 2 แบบประเมินการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำส่วนปลาย ประกอบด้วย ระดับของหลอดเลือดดำ
อักเสบ ตำแหน่งการเกิดหลอดเลือดดำอักเสบ ระยะเวลาเริ่มและหายจากภาวะหลอดเลือดดำอักเสบ
ขั้นตอนการวิจัย
กลุ่มควบคุม โดยให้การพยาบาลตามปกติ และประเมินการหายของภาวะหลอดเลือดดำอักเสบทุก 2 วัน
จนกระทั่งหายจากภาวะหลอดเลือดดำอักเสบ รวมจำนวน 20 ราย
กลุ่มทดลอง โดยรวบรวมข้อมูลและประเมินภาวะหลอดเลือดดำส่วนปลายอักเสบตามเกณฑ์ ที่กำหนดไว้
โดยใช้แบบสอบถาม ให้การปฏิบัติการพยาบาลทำความสะอาดแผลที่เกิดจากหลอดเลือดดำส่วนปลายอักเสบ
ด้วย 0.9% NaCl และใช้เบตาดีน ออยเมนท์ทาบริเวณแผลทิ้งไว้ 48 ชั่วโมงโดยไม่ต้องปิดคลุมด้วยผ้าก๊อซ
และประเมินการหายของภาวะหลอดเลือดดำอักเสบทุก 2 วัน จนกระทั่งหายจากภาวะหลอดเลือดดำอักเสบรวม
จำนวน 20 ราย
วิธีวิเคราะห์ข้อมูล
วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป โดยมีรายละเอียดในการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้
- ข้อมูลส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่าง โดยการหาความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
- เปรียบเทียบระดับภาวะหลอดเลือดดำอักเสบระหว่างกลุ่มที่ใช้เบตาดีน ออยเม้นท์ และกลุ่มที่ไม่ได้ใช้เบ
ตาดีน ออยเม้นท์ โดยใช้สถิติทดสอบการกระจายตัวของข้อมูล Kolmogorov-Smirnov one sample test ถ้า
ข้อมูลมีการแจกแจงเป็นโค้งปกติใช้สถิติ chi-square
ผลการศึกษา
กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้เป็นผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยศัลยกรรมโรงพยาบาลโพนทอง
กลุ่มตัวอย่าง 40 คน แยกเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 20 ราย จำแนกข้อมูลส่วนบุคคลของกลุ่ม
ตัวอย่าง ได้แก่ อายุ ระดับการศึกษา และโรคประจำตัว
กลุ่มทดลอง อายุเฉลี่ย 52.6 ปี ร้อยละ 30.2 มีอายุระหว่าง 50-72 ปี จบการศึกษาระดับประถมศึกษา
ร้อยละ73.1 มีโรคประจำตัว การหายของภาวะหลอดเลือดดำอักเสบในผู้ป่วยที่ได้รับเบตาดีน ออยเมนท์
อยู่ในระยะเวลา 2-4 วัน

