Page 791 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 791

Q24

                          “Sepsis Fast Tract ประเมินเร็ว รักษาไว ลดตาย โดยภาคีเครือข่ายสุขภาพ”



                                                            นางสาวศศิธร สอนง่าย นางสาวเอื้องฟ้า พุ่มพิกุล และคณะ

                                                                   โรงพยาบาลท่าหลวง จังหวัดลพบุรี เขตสุขภาพที่ 4
                                                                                                          ประเภท วิชาการ



                  ความสำคัญของปัญหาวิจัย
                          Sepsis หรือ ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด เป็นภาวะเจ็บป่วยวิกฤติและฉุกเฉิน อันเป็นผลจากการติดเชื้อ

                  และเกิดกระบวนการอักเสบขึ้นในร่างกายอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ทำให้มีอัตราการเสียชีวิตสูง เนื่องจากผู้ป่วยจะมี
                  อวัยวะล้มเหลวในหลายระบบ การวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว ร่วมกับการรักษาอย่างทันท่วงที สามารถลดอัตราการ

                  เสียชีวิตจากภาวะดังกล่าวได้ โดยตามข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า Sepsis เป็นสาเหตุการเสียชีวิต

                  อันดับต้นๆในโลกและมีอัตราการตายสูงถึง 40% ของผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น  Sepsis จากข้อมูลในประเทศ
                  ไทย พบว่าในปี พ.ศ. 2567  มีจำนวนผู้ติดเชื้อในกระแสเลือดแบบรุนแรงชนิด community-acquired จำนวน

                  89,992 รายต่อปี  และมีจำนวนผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากภาวะการติดเชื้อในกระแสเลือด แบบรุนแรงชนิด community-
                  acquired จำนวน 21,039 รายต่อปี คิดเป็นร้อยละ 23.38 (ข้อมูล HDC ณ 31 สิงหาคม 2567) ซึ่งหัวใจสำคัญของ

                  การดูแลรักษา คือ ความรวดเร็วในการคัดกรองอาการของผู้ป่วย ให้ได้รับการตรวจวินิจฉัย และการดูแลรักษาทันที

                  เช่น การให้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม  โดยเริ่มให้ยาปฏิชีวนะ ทันทีภายใน 1 ชั่วโมง การประคับประคองไม่ให้เกิด
                  อวัยวะ ล้มเหลว เช่น การบริหารสารน้ำทดแทน การดูแลทางเดินหายใจให้มีประสิทธิภาพ และ การดูแลที่สำคัญ คือ

                  การเฝ้าระวังติดตามระบบไหลเวียน (hemodynamic monitoring) เช่น ค่าความดันโลหิตเฉลี่ยในหลอดเลือดแดง

                  (Mean Arterial Pressure: MAP) ให้มีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 65 มิลลิเมตรปรอท  อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการ
                  พัฒนาความรู้และเทคโนโลยี ในการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดเพิ่มขึ้น มีความก้าวหน้าในการรักษาคือมียา

                  ปฏิชีวนะที่ครอบคลุมเชื้อโรค และมีเครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัยแต่อัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยติดเชื้อในกระแส
                  เลือดยังคงสูงขึ้น จากการศึกษา พบว่า การประเมินอาการของผู้ป่วยมีความยาก เนื่องจากผู้ป่วยมีอาการและอาการ

                  แสดงที่ไม่เฉพาะเจาะจง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่สูงอายุไม่ได้มีไข้นำ อาการและอาการแสดงของการติดเชื้อไม่

                  ชัดเจน  บางรายอาจมาด้วยอาการอ่อนเพลีย ถามตอบช้า รับประทานอาหารได้น้อย ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันลดลง เช่น
                  ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยที่ได้ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ป่วยที่มีโรคร่วม เมื่อเกิดการติดเชื้อจะทำให้โรคดำเนินไปอย่างรวดเร็ว

                  อาจถึงแก่ชีวิตได้ ปัจจัยที่ส่งผลทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต ได้แก่ ขาดการประเมินการค้นหาอาการอย่างรวดเร็ว
                  การรายงานอาการไม่ทันเวลา การได้รับยาปฏิชีวนะล่ากว่า 1 ชั่วโมง การได้รับยาปฏิชีวนะที่ไม่ครอบคลุมเชื้อ และ

                  การได้รับสารน้ำไม่เพียงพอและไม่เหมาะสม

                         โรงพยาบาลท่าหลวง จังหวัดลพบุรี เป็นโรงพยาบาลชุมชน ขนาด 30 เตียง มีจำนวนผู้ป่วยที่มี ภาวะ
                  ติดเชื้อในกระแสเลือดมารับการตรวจที่งานอุบัติเหตุฉุกเฉินและนิติเวช ในปี พ.ศ. 2565 จำนวน 121 ราย,

                  ปี พ.ศ. 2566 จำนวน 159 ราย และปี พ.ศ. 2567 จำนวน 309 ราย (งานสารสนเทศ โรงพยาบาลท่าหลวง)

                  ส่วนตำแหน่งของการติดเชื้อมากที่สุด 3 อันดับแรก จากการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ (Urinary tract
                  infection), ภาวะปอดอักเสบ (Pneumonia) และติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร (Diarrhea) ตามลำดับ
   786   787   788   789   790   791   792   793   794   795   796