Page 883 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 883
S7
วิธีการศึกษา
การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา เก็บข้อมูลย้อนหลังจากเวชระเบียนผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลราชบุรี
ทุกรายที่ได้รับน้ำมันกัญชา ตำรับหมอเดชาตั้งแต่ 1 มี.ค. 2563 ถึง 28 ก.พ. 2566 นำเสนอข้อมูลเป็นค่าความถี่
ค่าร้อยละ ค่าต่ำสุดและสูงสุด ติดตามผลการเจาะเลือดตรวจวัดระดับ AST, ALT, BUN, creatinine, eGFR,
sodium และ potassium ก่อนและหลังได้รับยาเป็นระยะๆ
เกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้าร่วมการวิจัย : ผู้ป่วยที่มีผลการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ AST, ALT,
BUN, creatinine, eGFR, sodium และ potassium ก่อนและหลังได้รับน้ำมันกัญชา ตำรับหมอเดชา
โดยผลการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการก่อนได้รับน้ำมันกัญชา ตำรับหมอเดชาอยู่ในเกณฑ์ปกติ
AST 0 - 40 U/L, ALT 0 – 41 U/L, BUN 6 – 20 mg/dL, creatinine 0.67 – 1.17 mg/dL, eGFR < 60 ml/min/1.73m2,
sodium 136 – 145 mmol/L, potassium 3.5 – 5.1 mmol/L
เกณฑ์การคัดออกผู้เข้าร่วมการวิจัย : ผู้ป่วยที่มีผลการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการก่อนได้รับ
น้ำมันกัญชา ตำรับหมอเดชาไม่อยู่ในเกณฑ์ปกติ
ผลการศึกษา
จากกลุ่มตัวอย่าง 93 ราย เป็นเพศชาย 43 ราย เพศหญิง 50 ราย อายุ 25 – 85 ปี ได้รับน้ำมันกัญชา
ต่ำสุด 1 หยด/วัน สูงสุด 9 หยด/วัน ระยะเวลาในการใช้ต่ำสุด 20 วัน สูงสุด 898 วัน ตรวจวิเคราะห์
ทางห้องปฏิบัติการรวม 372 ครั้ง พบว่าระดับ BUN, creatinine, eGFR, sodium และ potassium หลังได้รับยา
อยู่ในเกณฑ์ปกติร้อยละ 100 ระดับ AST, ALT หลังได้รับยาอยู่ในเกณฑ์ปกติร้อยละ 97.8 ในส่วนของระดับ
AST, ALT ที่สูงขึ้นจากเกณฑ์ปกติเกิดจากผู้ป่วยไม่ได้ใช้ยาตามขนาดและวิธีที่แพทย์แผนไทยสั่ง 1 ราย
และเกิดจากอันตรกิริยาระหว่างน้ำมันกัญชากับยา simvastatin 1 ราย
อภิปรายผล
จากผลการศึกษาทำให้ทราบว่าน้ำมันกัญชา ตำรับหมอเดชาเป็นยาที่มีความปลอดภัย ไม่ทำให้เกิด
อาการไม่พึงประสงค์ต่อระบบการทำงานของตับ ไต และไม่มีผลรบกวนระดับ sodium และ potassium
ในเลือด ดังนั้น การตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการจึงอาจไม่จำเป็นในผู้ป่วยทุกรายที่ได้รับน้ำมันกัญชา
ตำรับหมอเดชา แต่ยังมีความจำเป็นในผู้ป่วยบางรายที่ต้องติดตามการเกิดอันตรกิริยาระหว่างน้ำมันกัญชา
กับยาอื่นที่ใช้ร่วม และในผู้ป่วยที่สงสัยว่าไม่ได้ใช้ยาตามแพทย์สั่ง
นอกจากนี้ หากนำผลการศึกษาที่ได้ไปประยุกต์ใช้ ยังพบว่าช่วยลดภาระงานในการตรวจวิเคราะห์
ทางห้องปฏิบัติการ จาก 372 ครั้ง เหลือเพียง 4 ครั้ง และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการตรวจวิเคราะห์
ทางห้องปฏิบัติการได้ถึง 98.5%
สรุปและข้อเสนอแนะ
ผลการศึกษาครั้งนี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการในผู้ป่วย
ที่ได้รับน้ำมันกัญชา ตำรับหมอเดชาอย่างสมเหตุผลโดยอาศัยหลักฐานเชิงประจักษ์ได้ โดยผู้รับผิดชอบคลินิก
กัญชาทางการแพทย์สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการติดตามความถูกต้องในการใช้ยาและความร่วมมือ
ในการใช้ยาของผู้ป่วย รวมถึงการประสานข้อมูลยาอื่น ๆ ที่ได้รับจากแพทย์แผนปัจจุบัน ที่มีโอกาสเกิด

