Page 125 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 125
C5
“Shock Index: กลไกสำคัญสู่การเฝ้าระวังและป้องกันภาวะไตวายเฉียบพลัน
ในผู้ป่วยหนักศัลยกรรมอุบัติเหตุ”
“Shock Index: A Key Mechanism for Monitoring and Preventing Acute Kidney
Injury in Critically Ill Trauma Surgery Patients”
แพทย์หญิงพลอยทิพย์ จันทร์ศิริโยธิน, นางสาวสุวิชา ศรีเตชะ และคณะ
โรงพยาบาลขอนแก่น เขตสุขภาพที่ 7
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
การบาดเจ็บหลายระบบเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญในประเทศไทย โดยเฉพาะในผู้ป่วยศัลยกรรม
อุบัติเหตุที่มีแนวโน้มเกิดภาวะช็อกจากการเสียเลือดอย่างเฉียบพลัน ซึ่งเป็นภาวะวิกฤตที่สามารถนำไปสู่
การขาดเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงไต ส่งผลให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury: AKI)
ได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว หากไม่ได้รับการดูแลอย่างมีระบบและทันท่วงที ภาวะไตวายเฉียบพลัน (Acute
Kidney Injury: AKI) เป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่เกิดขึ้นได้บ่อยในผู้ป่วยวิกฤต โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วย
ศัลยกรรมอุบัติเหตุที่มีการบาดเจ็บหลายระบบ (Multiple Trauma) ซึ่งภาวะ AKI ส่งผลให้เกิดการเพิ่มอัตรา
การเสียชีวิต การอยู่โรงพยาบาลนานขึ้น และเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาอย่างมีนัยสำคัญ (Zeng et
al., 2020) หนึ่งในกลไกทางพยาธิสรีรวิทยาที่สัมพันธ์กับการเกิด AKI อย่างชัดเจนคือภาวะช็อกจากการสูญเสีย
เลือด (Hemorrhagic Shock) ซึ่งมีผลให้เลือดไปเลี้ยงไตไม่เพียงพอ เกิดการบาดเจ็บของท่อไตและเนื้อไต
ทำให้ไตหยุดทำงานในที่สุด (Chen et al., 2019)
จากสถิติของหอผู้ป่วยหนักศัลยกรรมอุบัติเหตุ 1 โรงพยาบาลขอนแก่น ปี 2563 พบว่าผู้ป่วยบาดเจ็บ
หลายระบบจำนวน 280 ราย มีภาวะช็อก 55 ราย หายใจล้มเหลว 16 ราย และเกิด AKI ถึง 21 ราย ซึ่งเป็น
อัตราที่สูงและส่งผลต่ออัตราการเสียชีวิตถึง 31 ราย (11.1%) ปัญหาสำคัญคือการขาดเครื่องมือคัดกรองและ
แนวปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพในการประเมินภาวะช็อกตั้งแต่แรกรับ ส่งผลให้การเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนเกิด
ความล่าช้าจากการทบทวนวรรณกรรม Shock Index (SI) ซึ่งคำนวณจากอัตราการเต้นของหัวใจหารด้วย
ค่าความดันโลหิต systolic (HR/SBP) ได้รับการเสนอให้เป็นดัชนีที่ใช้คัดกรองภาวะช็อกตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม
มีความไวในการบ่งบอกการลดลงของ perfusion ไปยังอวัยวะสำคัญ โดยเฉพาะไต และสามารถใช้แบ่งระดับ
ความรุนแรงได้อย่างรวดเร็ว (Chua & Chiu, 2020; Hernández et al., 2022)
ปัจจุบันยังไม่มีแนวปฏิบัติเฉพาะทางสำหรับพยาบาลในการใช้ Shock Index เป็นเครื่องมือเฝ้าระวัง
และตัดสินใจดำเนินการพยาบาลอย่างเป็นระบบ ดังนั้นการพัฒนาแนวทางปฏิบัติการพยาบาลที่ใช้ Shock
Index ในการประเมินและแบ่งระดับความรุนแรง จึงเป็นสิ่งสำคัญในการเสริมสร้างบทบาทพยาบาลเชิงรุก
เพื่อป้องกันการเกิดภาวะไตวายเฉียบพลันในผู้ป่วยกลุ่มนี้อย่างมีประสิทธิภาพ การนำ SI มาพัฒนา
เป็นแนวปฏิบัติการพยาบาล จึงเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วยวิกฤตในหน่วยงานอย่าง
เป็นระบบ และเสริมบทบาทพยาบาลในการคัดกรองผู้ป่วยเชิงรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วัตถุประสงค์
1. เพื่อป้องกันการเกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน (AKI) ใน 48 ชั่วโมงแรกของการดูแลผู้ป่วยบาดเจ็บหลายระบบ
2. เพื่อให้พยาบาลสามารถใช้ Shock Index ประเมินความรุนแรงและตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
3. เพื่อให้เกิดแนวทางการพยาบาลที่มีมาตรฐานและสามารถประยุกต์ใช้ในหน่วยงานอื่นได้

