Page 320 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 320

G4

                  อภิปรายผล

                         เมื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยของกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุในชุมชนพบว่ามีคะแนน
                  เฉลี่ยการรับรู้การป้องกันหกล้มหลังการทดลองสูงกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05

                  (t=-10.55, P=.000) และคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการป้องกันหกล้มหลังได้รับโปรแกรมฯ สูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมฯ

                  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ .05 (t=-6.19, P=.000)  เมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่ม คะแนนเฉลี่ยการรับรู้
                  การป้องกันหกล้ม (t=.808, P=.424) และคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการป้องกันหกล้ม(t=-1.125, P=.268)

                  ก่อนการทดลองของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมไม่แตกต่างกัน หลังการทดลองคะแนนเฉลี่ยการรับรู้การป้องกันหกล้ม

                  ของกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมฯ มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่ากลุ่มที่ดูแลตนเองตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
                  (t=-4.004, P=.000) และคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการป้องกันหกล้มของกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมฯ หลังการทดลองสูงกว่า

                  กลุ่มที่ดูแลตนเองตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 (t=-7.156, P=.000)
                         อธิบายได้ว่า โปรแกรมการป้องกันหกล้มของผู้สูงอายุในชุมชนซึ่งออกแบบให้มีความสอดคล้องกับทฤษฎี

                  แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ (Health Believe Model) โดยมีความเชื่อว่า การที่บุคคลจะแสวงหาและปฏิบัติ
                  ตามคำแนะนำด้านสุขภาพ บุคคลนั้นจะต้องมีความรู้ระดับหนึ่งและมีแรงจูงใจต่อการที่จะทำให้มีสุขภาพที่ดี

                  จะต้องเชื่อว่าตนมีความเสี่ยงต่อภาวะเจ็บป่วย การรับรู้ความรุนแรงของโรค (Rosenstock, 1974) ร่วมกับ

                  แรงสนับสนุนทางสังคม (Social support) โปรแกรมการป้องกันหกล้มของผู้สูงอายุในชุมชนนี้ ประกอบด้วย
                  กิจกรรม 1) กิจกรรมการให้ความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของผู้สูงอายุ ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ เศรษฐกิจและ

                  สังคม เพื่อให้ผู้สูงอายุรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงในทุกด้านของตนเอง 2) กิจกรรมการประเมินความเสี่ยงของการหก

                  ล้มและแจ้งผลการประเมินกลับเพื่อให้ผู้สูงอายุรับรู้ความเสี่ยงต่อการหกล้มของตนเอง 3) กิจกรรมการให้ความรู้
                  เกี่ยวกับการป้องกันหกล้มในผู้สูงอายุ เนื้อหาประกอบด้วยสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดการหกล้มในผู้สูงอายุ

                  อันตรายและผลกระทบของการหกล้มในผู้สูงอายุ เพื่อให้ผู้สูงอายุเกิดการรับรู้เกี่ยวกับความรุนแรงและวิธีการ

                  ป้องกันหกล้มของตนเอง 4) การออกกำลังเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ กิจกรรมประกอบด้วยการแจกคู่มือ
                  ท่าการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ สอนและสาธิตท่าการออกกำลังกาย โดยให้ครอบครัวมีส่วนร่วม

                  ได้ฝึกการออกกำลังกายไปพร้อมๆ กับผู้สูงอายุ  ซึ่งครอบครัวจะเป็นแรงสนับสนุนในการกระตุ้นให้ผู้สูงอายุได้
                  ปฏิบัติอย่างต่อเนื่องเมื่อกลับไปอยู่ที่บ้าน 5) กิจกรรมบ้านที่ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุมีการเยี่ยมบ้านเพื่อประเมิน

                  บ้านของผู้สูงอายุ และ ร่วมกับครอบครัวในการปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมให้มีความปลอดภัย และ 6) กิจกรรม

                  ติดตามโดยกลุ่มทดลองจะได้รับการติดตามจากผู้วิจัยและผู้ช่วยวิจัยซึ่งเป็น อสม.ในพื้นที่ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง
                  สนับสนุนและติดตาม กระตุ้นเตือนปฏิบัติต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ ส่งผลให้ผู้สูงอายุที่ได้รับโปรแกรมฯ

                  มีคะแนนเฉลี่ยการรับรู้และพฤติกรรมการป้องกันหกล้มสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมฯ0

                  สรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ

                         ผลการศึกษาพบว่าโปรแกรมป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุในชุมชน สามารถนำมาใช้ในการส่งเสริมและ
                  ป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถเพิ่มระดับการรับรู้และพฤติกรรมป้องกัน

                  การหกล้มของผู้สูงอายุได้ ดังนั้นผู้ให้บริการสุขภาพสามารถนำโปรแกรมไปประยุกต์ใช้ในการทำกิจกรรมส่งเสริม

                  สุขภาพเพื่อป้องกันการหกล้มให้กับผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการหกล้มในชุมชนต่อไป
   315   316   317   318   319   320   321   322   323   324   325