Page 319 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 319
G3
การวิเคราะห์ข้อมูล
ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS โดยการทดสอบข้อตกลงเบื้องต้นของสถิติ
พาราเมตริก พบว่า การแจกแจงของข้อมูลเป็นแบบปกติทุกกลุ่ม เมื่อเป็นไปตามข้อตกลงเบื้องต้นของสถิติ
พาราเมตริกแล้ว จึงทำการวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive statistic) ได้แก่ ความถี่
ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติ Chi square test สถิติที
การพิทักษ์สิทธิ์กลุ่มตัวอย่าง งานวิจัยนี้ได้ผ่านการรับรองจริยธรรมวิจัยในมนุษย์ สำนักงานสาธารณสุข
จังหวัดพะเยา เลขที่ 061/2567 ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2567
ผลการศึกษา
ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้สูงอายุตามเกณฑ์คัดเข้าจำนวนทั้งหมด 40 คน
กลุ่มตัวอย่างเข้าร่วมการวิจัยครบทุกคน แบ่งเป็นกลุ่มควบคุม 20 คน และกลุ่มทดลอง 20 คน เมื่อเปรียบเทียบ
ลักษณะประชากรของทั้งสองกลุ่ม ได้แก่ เพศ อายุ การศึกษา โรคประจำตัว และประวัติการหกล้ม
พบว่า ไม่มีความแตกต่างกัน (p > .05)
ตาราง 1 เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยการรับรู้และพฤติกรรมป้องกันหกล้มก่อนและหลังทดลองของกลุ่มที่
ได้รับโปรแกรมฯ (n=20) และกลุ่มที่ดูแลตนเองตามปกติ (n=20)
กลุ่มทดลอง (n=20) กลุ่มควบคุม (n=20) t Sig
Mean S.D. Mean S.D. (2-tailed)
การรับรู้การป้องกันหกล้ม
ก่อนทดลอง 3.93 .33 4.03 .42 .808 .424
หลังทดลอง 4.53 .24 4.10 .41 -4.004 .000
พฤติกรรมป้องกันหกล้ม
ก่อนทดลอง 3.23 .45 3.07 .45 -1.125 .268
หลังทดลอง 3.71 .17 2.93 .45 -7.156 .000
P < .05
ตาราง 2 เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยการรับรู้และพฤติกรรมการป้องกันหกล้มก่อนและหลังการทดลองของ
กลุ่มที่ได้รับโปรแกรมฯ (n=20)
กลุ่มที่ได้รับโปรแกรมฯ (n=20) t df Sig.
Mean S.D. (2-tailed)
การรับรู้การป้องกันหกล้ม
ก่อนทดลอง 3.93 .33 -10.55 19 .000
หลังทดลอง 4.53 .24
พฤติกรรมการป้องกันหกล้ม
ก่อนทดลอง 3.23 .45 -6.19 19 .000
หลังทดลอง 3.71 .17
P < .05

