Page 317 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 317
G1
ผลของโปรแกรมป้องกันการหกล้มต่อการรับรู้และพฤติกรรมการป้องกันหกล้ม
ของผู้สูงอายุในชุมชน
Effects of Fall Prevention Program on Perception and Fall Prevention Behaviors
among Elderly in the community
นางสาวนงคราญ ใจเพียร
โรงพยาบาลดอกคำใต้ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา เขตสุขภาพที่ 1
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญปัญหาการวิจัย
ประเทศไทยมีสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2566 จำนวนผู้สูงอายุของไทยได้เพิ่มเป็น
ร้อยละ 20.08 ของประชากรทั้งหมด ทำให้สังคมไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ จังหวัดพะเยามีสัดส่วน
ประชากรผู้สูงอายุคิดเป็นร้อยละ 26.54 ของประชากรทั้งหมด มากเป็นอันดับที่ 4 ของจังหวัดในภาคเหนือ
ทั้งหมด (กรมกิจการผู้สูงอายุ, 2567) ปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุที่พบบ่อย คือ การพลัดตกหกล้มโรงพยาบาล
ดอกคำใต้ พบผู้สูงอายุที่มารักษาด้วยสาเหตุหกล้มในแต่ละปีมีจำนวนเพิ่มขึ้น กล่าวคือมีจำนวน 339,371
และ 548 คน ในปี 2564-2566 ตามลำดับ ในจำนวนนี้มีความรุนแรงของการบาดเจ็บจนได้รักษา
ในโรงพยาบาลและส่งต่อไปโรงพยาบาลแม่ข่ายคิดเป็นร้อยละ 22.41, 23.18 และ 24.49 ของจำนวนผู้บาดเจ็บ
ทั้งหมดในปี 2564-2566 ตามลำดับ (หน่วยเวชระเบียนโรงพยาบาลดอกคำใต้, 2567)
ผลกระทบของการพลัดตกหกล้มนอกจากจะเป็นสาเหตุสำคัญของการบาดเจ็บและการเสียชีวิต
ของผู้สูงอายุแล้ว อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ต้องรักษาในโรงพยาบาลนาน ในผู้สูงอายุหกล้มและ
กระดูกหัก พบว่า 1 ใน 5 ไม่สามารถกลับมาเดินได้อีก และบางส่วนต้องใช้รถเข็นไปตลอด ส่งผลให้ผู้สูงอายุ
สูญเสียความสามารถในการดูแลตนเอง มีภาวะสับสน มีปัญหาการเคลื่อนไหวทำให้เกิดอาการซึมเศร้าตามมา
(มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย, 2558) นอกจากนี้แล้วยังก่อให้เกิดภาวะทุพพลภาพหรืออันตรายต่อ
ชีวิตได้ (สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ, 2562) จากผลกระทบดังที่กล่าวมา
การป้องกันการพลัดตกหกล้มจึงเป็นมาตรการสำคัญ ที่จะป้องกันความพิการ ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถช่วยเหลือ
ตนเอง ลดภาระของญาติและคนในครอบครัว ลดความเสี่ยงในการพลัดตกหกล้ม ทำให้ผู้สูงอายุสามารถ
ดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขที่ดีตามศักยภาพของตนเอง (ฐิติมา ทาสุวรรณอินทร์ และ กรรณิการ์ เทพกิจ,
2560)
ผู้วิจัยจึงมีความสนใจศึกษาผลของโปรแกรมป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ ที่อาศัยอยู่ในชุมชน
โดยได้นํามโนทัศน์แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพและแรงสนับสนุนจากครอบครัวมาประยุกต์ใช้ในการวิจัย
ทั้งนี้ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับคือ ผู้สูงอายุมีการรับรู้เกี่ยวกับการหกล้มและมีพฤติกรรมการป้องกันหกล้ม
เพิ่มขึ้น ลดการเจ็บป่วยจากการพลัดตกหกล้ม ส่งผลโดยรวมต่อภาวะสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชน และสามารถใช้
เป็นแนวทางในการพัฒนารูปแบบการดำเนินกิจกรรมการป้องกันหกล้มในผู้สูงอายุได้

