Page 385 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 385
H19
การใช้หลักการมีส่วนร่วม (participation) คำนึงถึงการสร้างการมีส่วนร่วม ทั้งในด้านความเกี่ยวข้องระหว่างกัน
การปฏิบัติร่วมกัน การส่งเสริมสนับสนุนกัน และการสร้างผลสำเร็จร่วมกัน (Stringer, 2007) ซึ่งประกอบด้วย
การวางแผน การปฏิบัติ การ สังเกตการณ์ และการสะท้อนการปฏิบัติที่เป็นวงจรดังต่อไปนี้
รูปที่ 1 วงจรของหลักการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ที่มา: Zuber-Skerrit, 1995
สามารถแยกเป็นประเด็นปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาได้ดังนี้
1. ปัญหาการนัดหมายเด็กนักเรียนในจำนวนที่เยอะ ทำให้ครูหรือผู้ปกครองต้องพามารับบริการหลายครั้ง
จึงจะแล้วเสร็จ
แนวทางการแก้ไข : สะท้อนปัญหาไปยังเครือข่ายทันตสุขภาพ อำเภอท่าตะโก และหาแนวทางการแก้ไข
ร่วมกัน เนื่องจากทางโรงพยาบาลท่าตะโกมีเปิดนอกเวลา (เสาร์-อาทิตย์) จึงทำให้เกิดแนวทางการนัดหมายเด็ก
ไปเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลท่าตะโก ได้วันละ 20 คน/วัน จากเดิมหากมารับบริการที่ รพ.สต. จะเข้ารับบริการ
ได้เพียง 5 คน/วัน เพื่อเป็นการเพิ่มการเข้าถึงบริการให้กับเด็กนักเรียน
2. ปัญหาเรื่องระยะทางการเข้ารับบริการ (20-40 กิโลเมตร)
แนวทางการแก้ไข : ผู้ปกครองเสนอให้ครูจับกลุ่มเด็กบ้านใกล้กันรวมกลุ่ม 5-10 คน แล้วให้
ผู้ปกครองเด็กภายในกลุ่มหรือคุณครูเป็นตัวแทนพาเด็กนักเรียนไปตามนัด เพื่อลดปัญหาการเดินทางและ
ไม่สะดวกในการเดินทางไกล
3. ปัญหาเด็กไม่มาตามนัด
แนวทางการแก้ไข : ทำใบแจ้งผลการตรวจสุขภาพช่องปากเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้ผู้ปกครองได้เห็น
ถึงปัญหาสุขภาพช่องปากของเด็ก และเป็นการกระตุ้น สร้างความตะหนักแก่ผู้ปกครองให้พามาตามนัด เพื่อลด
ความรุนแรงของโรค และเป็นการเพิ่ม Cavity free
ผลการดำเนินงานของกิจกรรม พบว่า 1. เด็กนักเรียนทุกระดับชั้นได้รับการตรวจฟันจำนวน 423 คน
คิดเป็นร้อยละ 100 ของจำนวนเด็กนักเรียนทั้งหมด 2. เด็กนักเรียนทุกระดับชั้นได้รับการทาฟลูออไรด์วานิช

