Page 386 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 386
H20
จำนวน 423 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของจำนวนเด็กนักเรียนทั้งหมด 3. เด็กนักเรียนทุกระดับชั้นได้รับการเคลือบ
หลุมร่องฟันแล้วจำนวน 204 คน 621 ซี่ 4. เด็กนักเรียนทุกระดับชั้นต้องได้รับการเคลือบหลุมร่องฟันแท้
จำนวน 143 คน 411 ซึ่งเข้ารับการเคลือบหลุมร่องฟันแท้จำนวน 142 คน 409 ซี่คิดเป็นร้อยละ 99.30 และ
99.51 ของจำนวนเด็กนักเรียนทั้งหมด ตามลำดับ 5. เด็กนักเรียนทุกระดับชั้นต้องได้รับการอุดฟันแท้ระยะ
เริ่มต้นจำนวน 15 คน 23 ซี่ ซึ่งเข้ารับการอุดฟันแท้ระยะเริ่มต้นจำนวน 15 คน 23 ซี่ คิดเป็นร้อยละ 100
ของจำนวนเด็กนักเรียนทั้งหมด 6. เด็กนักเรียนทุกระดับชั้นต้องได้รับการอุดฟันแท้จำนวน 9 คน 12 ซี่ 17 ด้าน
ซึ่งเข้ารับการอุดฟันแท้จำนวน 9 คน 12 ซี่ 17 ด้าน คิดเป็นร้อยละ 100 ของจำนวนเด็กนักเรียนทั้งหมด
7. เด็กนักเรียนทุกระดับชั้นต้องได้รับการขูดหินน้ำลายจำนวน 16 คน ซึ่งเข้ารับการขูดหินน้ำลายจำนวน 16 คน
คิดเป็นร้อยละ 100 ของจำนวนเด็กนักเรียนทั้งหมด 8.เด็กนักเรียนทุกระดับชั้นต้องได้รับการถอนฟันแท้/รักษา
รากฟันแท้ จำนวน 5 คน 6 ซี่ ซึ่งเข้ารับการถอนฟันแท้/รักษารากฟันแท้จำนวน 1 คน 1 ซี่งคิดเป็นร้อยละ 20
และ 16.67 ของจำนวนเด็กนักเรียนทั้งหมด ตามลำดับ 9. ตัวชี้วัดการปราศจากฟันแท้ผุ (Caries free) จำนวน
289 คน คิดเป็นร้อยละ 68.32 ของจำนวนเด็กนักเรียนทั้งหมด 10. ตัวชี้วัดฟันดีไม่มีผุ (Cavity free) จำนวน
419 คน คิดเป็นร้อยละ 99.05 ของจำนวนเด็กนักเรียนทั้งหมด
อภิปรายผล
ความสำคัญคือการมีส่วนร่วมและการสะท้อนความต้องการของภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เกิดจาก
กระบวนการการมีส่วนร่วม (Participatory Research: PAR) ในการดำเนินงานส่งเสริมและป้องกัน ทางทันตสุขภาพ
ในโรงเรียน นอกเหนือจากการสร้างความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตนเองและการจัดบริการ
ทางทันตกรรมป้องกันที่เหมาะสมจากทันตบุคลากรแล้ว การมีส่วนร่วมขององค์ประกอบทางสังคมของกิจกรรม
ส่งเสริมทันตสุขภาพในโรงเรียน จะประกอบด้วย ผู้บริหารและครูที่รับผิดชอบงานทันตสุขภาพ ในโรงเรียน
ผู้ปกครอง ทันตบุคลากร ชุมชนและร้านค้า ทั้งนี้โดยยึดเด็กนักเรียนในโรงเรียนเป็นศูนย์กลางของการดำเนินงาน
รวมทั้งการดำเนินงานโรงเรียนเครือข่ายเด็กไทยฟันดี ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินงานส่งเสริมและ
ป้องกันในโรงเรียน วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพฟันของเด็กนักเรียน ให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพช่องปาก
อย่างต่อเนื่อง เน้นให้นักเรียนรู้จักการแปรงฟันที่ถูกต้อง การลดการบริโภคน้ำตาล และการส่งเสริมให้เด็กมี
สุขภาพฟันที่แข็งแรง
สรุปและข้อเสนอแนะ
1. การเสริมสร้างความรู้และทักษะให้กับครูและบุคลากรในการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ
2. การจัดกิจกรรมส่งเสริมการดูแลสุขภาพฟัน เช่น การแข่งขันการแปรงฟันที่ถูกต้อง
3. การสร้างความร่วมมือกับครอบครัวและฟังเสียงสะท้อนข้อมูลจากผู้ปกครองโดยการรับฟัง
ข้อเสนอแนะ หรือความต้องการในการเข้าถึงบริการทางทันตกกรมของบุตรหลานของผู้ปกครอง
4. การใช้เทคโนโลยีในการเผยแพร่ข้อมูล โดยสร้างแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ
การดูแลฟันและสุขภาพช่องปาก พร้อมทั้งสามารถติดตามผลการดูแลสุขภาพฟันของเด็ก ๆ ได้
5. ควรมีการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง

