Page 504 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 504
K29
ขั้นตอนที่ 9 แลกเปลี่ยนเรียนรู้เครือข่าย เพื่อถ่ายทอดความรู้และพัฒนาต่อเนื่อง โดยการแลกเปลี่ยน
ในเวทีการประชุมในระดับเขต/ภาคกลาง ในระบบ Online
ขั้นตอนที่ 10 ดำเนินการร่วมกันเพื่อแก้ไขปรับปรุง
ขั้นตอนที่ 11 ประเมินการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ การผลักดันให้โปรแกรมการปรับพฤติกรรมการ
บริโภคอาหารเป็นแนวทางหลักร่วมกับการรักษาในผู้ป่วยเบาหวานในเขตพื้นที่อำเภอวัวสมบูรณ์
ขั้นตอนที่ 12 การถอดบทเรียน บทเรียนที่ 1 โรคเบาหวานสงบได้โดยไม่ใช้ยา บทเรียนที่ 2 อสม.
เชี่ยวชาญด้านการบริโภคอาหาร
ขั้นตอนที่ 13 วางแผนการพัฒนาต่อเนื่อง ทบทวนหลักสูตรร่วมกับสมาคมส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาพ
ไทย Thai Health Literacy Promotion Association : THLA เพื่อใช้ขยายผลเต็มพื้นที่ทั้งจังหวัดสระแก้ว
ภายใต้ Service Plan (สาขาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง)
ผลการศึกษา
ภายหลังการดำเนินโครงการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2
ณ สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ วังสมบูรณ์ พบว่า สถานีอนามัยฯ ผ่านการประเมินตามเกณฑ์องค์กร
แห่งความรอบรู้ครบทั้ง 10 องค์ประกอบ โดยยึดต้นแบบจากศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
ในด้านผู้ป่วย พบว่าก่อนเข้าร่วมโครงการ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพอยู่ในระดับต่ำ
(ร้อยละ 74.07) แต่หลังเข้าร่วมโครงการ ความรอบรู้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยร้อยละ 86.67 มีคะแนน
อยู่ในระดับสูง
ผลด้านสุขภาพแสดงให้เห็นว่าค่าระดับน้ำตาลในเลือด (HbA1c) เฉลี่ยลดลงจาก 8.49 เหลือ 7.50
โดยร้อยละ 43.33 ของผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับ HbA1c ได้ต่ำกว่า 7% นอกจากนี้ ค่าการทำงานของไต
(eGFR) เพิ่มขึ้นจาก 48.74 เป็น 52.47 และมีผู้ป่วย 14 รายเข้าสู่ภาวะเบาหวานระยะสงบ (DM remission)
ในด้านเศรษฐกิจ โครงการสามารถลดต้นทุนค่ายารักษาโรคเบาหวานจาก 1,875 บาท เหลือ
1,342 บาทต่อคนต่อปี แสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าและประสิทธิภาพของการดำเนินงาน
อภิปรายผล
ผลการดำเนินโครงการแสดงให้เห็นว่า การส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2
ส่งผลเชิงบวกทั้งในระดับองค์กรและระดับบุคคล โดยสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ วังสมบูรณ์ สามารถ
พัฒนาองค์กรให้ผ่านเกณฑ์ของ “องค์กรแห่งความรอบรู้” ทั้ง 10 องค์ประกอบ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ
Nutbeam (2000) ที่เสนอว่าองค์กรสุขภาพควรเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึง เข้าใจ
และนำข้อมูลสุขภาพไปใช้ตัดสินใจดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสม ในระดับบุคคล พบว่าผู้ป่วยมีระดับความรอบรู้
ด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น ซึ่งสนับสนุนงานวิจัย
ของ Sørensen et al. (2012) ที่ระบุว่าผู้ที่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพสูงมีแนวโน้มในการปฏิบัติตนเพื่อควบคุม
โรคเรื้อรังได้ดีกว่า และส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว นอกจากนี้การที่ผู้ป่วยบางรายสามารถเข้าสู่ภาวะเบาหวาน
ระยะสงบ (Diabetes Remission) ยังสอดคล้องกับงานของ Lean et al. (2018) ที่แสดงให้เห็นว่า

