Page 566 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 566
L25
กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยโรคหืดที่มีโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ร่วมด้วย ที่มารับการรักษาที่คลินิกโรคปอดอุดกั้น
เรื้อรั้ง และโรคหืด (COPD & Asthma Clinic) โรงพยาบาลสังคม จังหวัดหนองคาย โดยใช้วิธีเลือกกลุ่มตัวอย่าง
แบบเฉพาะเจาะจง โดยมี เกณฑ์การคัดเลือกอาสาสมัครวิจัยเข้าร่วมโครงการ (Inclusion criteria) ดังนี้
1. ผู้ป่วยโรคหืดที่มีโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ร่วมด้วย เพศชายและหญิง ที่มีอายุ 16 – 70 ปี
2. ผู้ป่วยโรคหืดที่มีอาการของโรคจมูกอักเสบมาแล้วอย่างน้อย 1 เดือน
3. ผู้ป่วยโรคหืดที่มีโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ร่วมด้วยที่เคยได้รับการรักษาด้วยวิธีมาตรฐานมาแล้ว
4. เป็นผู้ที่แพทย์อนุญาตให้เข้าร่วมโครงการ 5.เป็นผู้ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ ได้กลุ่มตัวอย่าง
มาทั้งสิ้น จำนวน 30 คน
เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบเก็บข้อมูลงานวิจัย ซึ่งประกอบด้วย
ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป
ตอนที่ 2 แบบประเมินอาการผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้
ตอนที่ 3 แบบประเมินความพึงพอใจต่อการสุมยาสมุนไพร
สถิติที่ใช้และการวิเคราะห์ข้อมูล
ข้อมูลตอนที่ 1 : ข้อมูลทั่วไป ใช้สถิติเชิงพรรณนา ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ข้อมูลตอนที่ 2 : แบบประเมินอาการผู้ป่วย เนื่องจากข้อมูลที่ได้เป็นแบบ non-paramedic จึงใช้สถิติ
Wilcoxon Matched pairs
ข้อมูลตอนที่ 3 : แบบประเมินความพึงพอใจ เนื่องจากเป็นข้อมูล Norminal Data จึงใช้สถิติ
Mcnemer Test
การติดตามและประเมินผล ประเมินก่อนการสุมยาสมุนไพร (ครั้งที่ 0) สุมยาสมุนไพร ครั้งละ 3 นาที
ทำซ้ำ 3 รอบ สัปดาห์ละ 3 วัน ประเมินหลังการสุมยาสมุนไพร สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์
(ครั้งที่ 1, 2, 3, 4)
ผลการศึกษา
พบว่า กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 30 ราย เป็นเพศหญิงร้อยละ 63.3 เพศชาย ร้อยละ 36.7 อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 57 ปี
ผู้ที่มีโรคประจำตัวเป็นโรคหอบหืด ระยะเวลาเฉลี่ยที่เป็นโรคนี้ 10 ปี มีประวัติการสูบบุหรี่ร้อยละ 20 ซึ่งระยะเวลาที่
สูบบุหรี่เฉลี่ย 7 ปี จำนวนมวนที่สูบต่อวัน เฉลี่ย 1 มวน อาการของโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ก่อนการสุมยา
พบว่า อาการคันจมูก น้ำมูกไหล จาม คัดจมูก มีอาการมากจนรบกวนชีวิตประจำวัน อยู่ที่ร้อยละ 30 , 0 , 80
และ 0 ตามลำดับ หลังสุมยาสมุนไพรไป 4 สัปดาห์ พบว่า อาการคันจมูก จาม คัดจมูก ไม่มีอาการ อยู่ที่ร้อยละ 100
ส่วนน้ำมูกไหล มีอาการเล็กน้อย อยู่ที่ร้อยละ 3.3 ความถี่ของอาการของโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ลดลง
ค่าเฉลี่ยจำนวนเม็ดที่ใช้ต่อครั้ง และจำนวนวันที่ใช้ยายาแผนปัจจุบันที่ใช้ลดอาการนี้ที่ผู้ป่วยรับประทานต่อ
สัปดาห์ลดลง
ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจของการใช้ยาสุมสมุนไพร ด้านที่มีคะแนนสูงสุดคือ ร้อยละ 6.63 คือ การสุมยา
สมุนไพรไม่มีความยุ่งยาก สะดวกในการใช้ รองลงมา ร้อยละ 4.73คือ ให้คำแนะนำในการสุมยาสมุนไพร
ของแพทย์แผนไทย และร้อยละ 4.43 คือ ความรู้สึกระหว่างสุมยาสมุนไพรและความรู้สึกหลังสุมยาสมุนไพร
อภิปรายผล
จากผลการศึกษาสรุปได้ว่า กลุ่มตัวอย่างที่ได้รับการสุมยาสมุนไพร มีอาการของโรคจมูกอักเสบ
จากภูมิแพ้ลดลง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ p-value < 0.001โดยพบว่า อาการคัดจมูกลดลงหลังการรักษา
ครั้งที่ 3 ส่วนอาการน้ำมูกไหล จาม และคัดจมูก อาการลดลงหลังการรักษาครั้งแรก

