Page 837 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 837

U9

                  วัตถุประสงค์การศึกษา

                         1. เพื่ออลดการปนเปื้อนจากการเก็บปัสสาวะส่งตรวจ
                         2. เพื่อเพิ่มช่องทางในการสื่อสารให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องแก่พนักงานที่มารับบริการ

                         3. ลดระยะเวลา - การใช้อุปกรณ์ และประหยัดงบประมาณ

                  วิธีการศึกษา

                         ศึกษาแบบ Retro-prospective cohort ในพนักงานของสถานประกอบการทั้ง 2 แห่ง ทั้งชาวไทย

                  พม่า และลาว ที่มารับบริการตรวจสุขภาพ ณ ห้องตรวจอาชีวเวชกรรม โรงพยาบาลราชสาส์น ในปี พ.ศ. 2567
                  จำนวน 357 ราย โดยใช้วีดีโอและแผ่นพลิกสอนวิธีการเก็บปัสสาวะ “เก็บอย่างไร ไม่ให้ Con. (ปนเปื้อน)”

                  ทั้งภาษาไทยและภาษาพม่า ก่อนทำการเก็บปัสสาวะส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ และบันทึกข้อมูลร้อยละ

                  ผลการศึกษา

                         จากการศึกษาพบว่า เมื่อนำวีดีโอและแผ่นพลิก “เก็บอย่างไร ไม่ให้ Con. (ปนเปื้อน)” ทั้งภาษาไทย
                  และภาษาพม่า มาให้พนักงานดูและทำความเข้าใจก่อนเก็บปัสสาวะส่งตรวจในการตรวจสุขภาพประจำปี

                  กับพนักงานในสถานประกอบการทั้ง 2 แห่ง พบว่า ในปี พ.ศ.2567 พนักงานสามารถเก็บปัสสาวะได้ถูกต้อง

                  มากขึ้น อัตราการเก็บปัสสาวะปนเปื้อนลดลงเหลือ ร้อยละ 7.6 พนักงานไม่ต้องเสียเวลามาโรงพยาบาล
                  เพื่อเก็บปัสสาวะส่งตรวจซ้ำ ลดระยะเวลารอคอยรายละ 2 – 4 ชม ลดการใช้อุปกรณ์และประหยัดค่าตรวจลง

                  รายละ 50 บาท
                         จากการสัมภาษณ์ย้อนหลังพนักงานชาวไทยจำนวน 18 คน จาก 27 คน ที่เก็บปัสสาวะปนเปื้อน

                  ในปี พ.ศ. 2565 และ พ.ศ.2566 พบว่า ภาชนะสืบพันธุ์ชนกับอุปกรณ์ขณะจัดเก็บปัสสาวะ ร้อยละ 83.3

                  ไม่ได้ล้างมือและอวัยวะสืบพันธุ์ด้วยน้ำสบู่และน้ำสะอาด ร้อยละ 72.2 ไม่ได้เก็บปัสสาวะในช่วงกลาง
                  (Midstream urine) ร้อยละ 44.4 เก็บปัสสาวะระหว่างมีรอบเดือน ร้อยละ 16.7 และไม่ได้ปิดฝากระปุก

                  ปัสสาวะให้สนิท ร้อยละ 5.6

                  อภิปรายผล

                         เป็นการศึกษาแบบ Retro-prospective descriptive study โดยศึกษาถึงสาเหตุของการเก็บ

                  ปัสสาวะปนเปื้อน 2 ปีย้อนหลัง (พ.ศ.2565 และ พ.ศ.2566) ที่มีข้อจำกัดคือพนักงานอาจพยายามหาปัจจัย
                  หรือสาเหตุของการเก็บปัสสาวะปนเปื้อนของตนเพื่อให้ตรงกับคำถามสัมภาษณ์

                         ในด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ไม่มีความแตกต่างในการเก็บปัสสาวะส่งตรวจของพนักงาน

                  ที่เคยเข้ารับการตรวจก่อนและหลังปี พ.ศ.2567 เนื่องจากการตรวจสุขภาพประจำปี ตรวจเพียงปีละ 1 ครั้ง
                  แต่พบว่าอัตราการเก็บปัสสาวะปนเปื้อนลดลงจากร้อยละ 14.1 และ 15.1 ในปี พ.ศ.2565 และ พ.ศ.2566

                  เหลือร้อยละ 7.6 ในปี พ.ศ.2567 เพราะฉะนั้นก่อนทำการตรวจปัสสาวะทุกครั้งควรอธิบายวิธีการเก็บปัสสาวะ
                  ให้ผู้ป่วยเข้าใจเพื่อจะได้ไม่เก็บปัสสาวะปนเปื้อน

                         การปนเปื้อนของปัสสาวะเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ได้แก่ วิธีการเก็บ อุณหภูมิและระยะเวลา

                  ในการจัดเก็บหรือการเก็บปัสสาวะไม่ถูกวิธี เช่น การไม่ล้างมือด้วยน้ำสบู่และน้ำสะอาดรวมทั้งบริเวณอวัยวะ
                  สืบพันธุ์ชนกับอุปกรณ์ในการจัดเก็บปัสสาวะเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของการปนเปื้อน
   832   833   834   835   836   837   838   839   840   841   842