Page 841 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 841
V2
ผลการศึกษา
เดือนกรกฎาคมที่เริ่มใช้ระบบ ATM มีผู้ป่วยวัณโรค 28 ราย พบว่าย้ายหอผู้ป่วยแยกโรค 27 ราย
(ร้อยละ 96.4) เสียชีวิตก่อนย้าย 1 ราย ช่วงก่อนใช้ระบบ ATM (เดือนมิถุนายน) มีผู้ป่วยวัณโรค 21 ราย
พบว่า ย้ายหอผู้ป่วยแยกโรค 14 ราย (ร้อยละ 66.7) เสียชีวิตก่อนย้าย 1 ราย และอาการดีขึ้นกลับบ้านได้ 6 ราย
ซึ่งอัตราการได้ย้ายหอผู้ป่วยแยกโรคต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value = 0.015) ระยะเวลาเฉลี่ยหลัง
ใช้ระบบ ATM ที่ผู้ป่วยวัณโรคในหอผู้ป่วยสามัญแล้วได้ย้ายหอผู้ป่วยแยกโรคเท่ากับ 2.5 วัน (SD ±2.3)
เทียบกับก่อนใช้ระบบ 5.7 วัน (SD ±5.5) มีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value = 0.007) และระยะเวลาเฉลี่ย
จากผลตรวจเสมหะพบเชื้อแล้วได้ย้ายหอผู้ป่วยแยกโรคเท่ากับ 0.3 วัน (SD ±3.0) เทียบกับ 3.2 วัน (SD ±3.8)
ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value = 0.009) ภายหลังใช้ระบบ ATM
อภิปรายผล
ระบบ Active TB Alert and Management (ATM) ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการค้นหาและย้ายผู้ป่วย
วัณโรคเข้าสู่หอแยกโรค โดยลดระยะเวลาการอยู่ร่วมกับผู้ป่วยทั่วไปในหอสามัญ ซึ่งช่วยลดโอกาสการแพร่
กระจายเชื้อวัณโรคในโรงพยาบาลอย่างมีนัยสำคัญ การบูรณาการระบบสารสนเทศร่วมกับการทำงานแบบ
สหสาขาวิชาชีพทำให้เกิดความต่อเนื่องในการดูแลและตอบสนองได้อย่างทันท่วงที
สรุปและข้อเสนอแนะ
ระบบ ATM มีศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมวัณโรคในโรงพยาบาล โดยช่วย
ลดระยะเวลาในการคัดแยกผู้ป่วย เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ป่วยรายอื่นและบุคลากร การดำเนินงานควรขยายผล
และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างการดูแลแบบเชิงรุก และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ
โรคระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ ได้ในอนาคต

