Page 229 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 229

E2

                  วัตถุประสงค์การศึกษา
                      1. เพื่อศึกษาสถานการณ์ทางระบาดวิทยาของผู้ใช้ยาและสารเสพติดในพื้นที่อำเภอห้วยเม็ก จังหวัด

                  กาฬสินธุ์
                      2. เพื่อพัฒนาพัฒนาระบบบริการสุขภาพด้านการป้องกัน บำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยจิตเวชจากการ
                  ใช้ยาเสพติดโดยวิธีการล้อมรักษ์ด้วยพลังชุมชม วัด และโรงเรียนแบบไร้รอยต่อและครบวงจร
                      3. เพื่อประเมินผลลัพธ์และขยายผลการพัฒนาระบบบริการสุขภาพด้านการป้องกัน บำบัดฟื้นฟู

                  สมรรถภาพผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้ยาเสพติด โดยวิธีการล้อมรักษ์ด้วยพลังชุมชม วัด และโรงเรียนแบบ
                  ไร้รอยต่อและครบวงจร บริบทอำเภอห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์  สู่แนวปฏิบัติที่ดี

                  วิธีการศึกษา
                         เป็นการศึกษาเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ตามแนวคิดของ Stringer (2007) เพื่อ 1) ศึกษา

                  สถานการณ์ทางระบาดวิทยาของผู้ใช้ยาเสพติด โดยใช้รูปแบบการดูแลโรคเรื้อรังภาคขยาย (Expanded

                  Chronic Care Model) และพัฒนา ประเมินผลลัพธ์ จนไปสู่การขยายผลระบบบริการสุขภาพด้านการส่งเสริม
                  ป้องกัน บำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้ยาเสพติด โดยวิธีการล้อมรักษ์ด้วยพลังชุมชม วัด และ
                  โรงเรียนแบบไร้รอยต่อและครบวงจร โดยมี 4 องค์ประกอบ ได้แก่ การศึกษาสถานการณ์ การวางแผน

                  การปฏิบัติการ การสะท้อนคิดและประเมินผล พื้นที่ในการศึกษาแบบเฉพาะเจาะจง ในระยะที่ 1 - 3 ได้แก่
                  การศึกษาสถานการณ์ พัฒนา ประเมินผลลัพธ์ของรูปแบบการบำบัดที่พัฒนาขึ้น เลือกพื้นที่คือ หมู่บ้านที่มีการ
                  แพร่ระบาดของยาเสพติดสูงสุดตามข้อมูลของสำนักงาน ป.ป.ส. ในเขตพื้นที่อำเภอห้วยเม็ก จำนวน 7 ตำบล
                  17 หมู่บ้าน และระยะที่ 4 การขยายผลรูปแบบการบำบัดฟื้นฟูที่พัฒนาขึ้นไปสู่พื้นที่อำเภอห้วยเม็กอีก 2 ตำบล

                  ซึ่งมีบริบทที่ใกล้เคียงกัน เครื่องมือที่ใช้เชิงปริมาณ ได้แก่ 1) แบบสัมภาษณ์ข้อมูลส่วนบุคคล 2) การซักประวัติ
                  และตรวจร่างกาย 3) การตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด และ 4) แบบคัดกรองและส่งต่อผู้ป่วยที่ใช้ยาและ
                  สารเสพติดเพื่อรับการบำบัด (V2) และเชิงคุณภาพ ได้แก่ 1) แบบสัมภาษณ์เชิงลึกสำหรับผู้ป่วยจิตเภท
                  เสพยาบ้าและมีประวัติก่อความรุนแรงในชุมชน และ 2) การสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคล โดยใช้สถิติ

                  เชิงบรรยาย และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูล
                  โดยการตรวจสอบแบบสามเส้า และผ่านการขอจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
                  กาฬสินธุ์ หมายเลขโครงการวิจัยที่ KLS.REC 188/2567 เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2567

                  ผลการศึกษา
                         สรุปผลการศึกษา พบว่า 1) ด้านผลลัพธ์ทางคลินิก อัตราความชุก 427.11 ต่อประชากรแสนคน

                  มีผู้สมัครใจเข้ารับการบำบัดในชุมชน จำนวน 337 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้เสพ ร้อยละ 89.61 ลดระยะเวลา
                  การ Re-X-Ray เหลือครึ่งวันต่อหมู่บ้าน อัตราการเข้าถึงบริการของกลุ่มผู้ป่วยยาเสพติดรายใหม่เพิ่มขึ้น
                  จากข้อมูลตั้งแต่ปีงบประมาณ 2561 – 2568 ดังนี้ ร้อยละ 4.90, 18.14, 24.00, 21.35, 23.48, 32.45 และ
                  73.43 และสามารถเพิ่มศักยภาพในการรองรับรักษารูปแบบผู้ป่วยใน ในระยะจิตเวชฉุกเฉินเพิ่มขึ้น จำนวน

                  40, 18, 30, 129 และ 380 ราย อัตราการหยุดเสพหลังเข้ารับการบำบัดร้อยละ 89.27 อัตราการคงอยู่ในระบบ
                  ร้อยละ 100 และ อุบัติการณ์ก่อความรุนแรงในชุมชนและการขาดยาจิตเวชในกลุ่มผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้
                  ยาเสพติดลดลง เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2567 จากร้อยละ 33.93 เป็นร้อยละ 10.67 อัตราการฆ่าตัวตาย

                  สำเร็จลดลงอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลตั้งแต่ปีงบประมาณ 2561 – 2568 ดังนี้ 9.72, 6.71, 13.8, 11.8, 9.8, 7.8
                  และ 2.51 ตามลำดับ (< 8.0 ต่อประชากร 100,000 คน) และ 2) ด้านการพัฒนาระบบบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพ
                  ในรูปแบบการระดมทุนภาคประชาชนในนาม “ถนนสายบุญ เพิ่มพูนความสุข” เกิดนวัตกรรมด้าน 7D Health Package
   224   225   226   227   228   229   230   231   232   233   234