Page 224 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 224
D56
ผลการพัฒนาการดูแลรักษาภาวะความดันเลือดในปอดสูงในทารกแรกเกิด
(Persistent Pulmonary Hypertension of the Newborn: PPHN)
เพื่อเพิ่มอัตรารอดชีวิตและคุณภาพชีวิตในระยะยาว
แพทย์หญิงอมรา ดือเระ แพทย์หญิงยลลลิต นีติวัฒนพงษ์ และนางสาวลาตีฟาร์ มนุกูล
โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ จังหวัดนราธิวาส เขตสุขภาพที่ 12
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญของปัญหา
ภาวะความดันเลือดในปอดสูงในทารกแรกเกิด (Persistent Pulmonary Hypertension of the
Newborn: PPHN) เป็นภาวะวิกฤติรุนแรงที่พบในทารกแรกเกิด มีอัตราเสียชีวิตสูงหากไม่ได้รับการวินิจฉัย
รักษาอย่างทันท่วงที ทารกที่มีภาวะนี้จะมีการคงอยู่ของความดันเลือดในปอดสูงผิดปกติ ส่งผลให้มี
Right–to-Left Shunting ผ่าน Patent Ductus Arteriosus (PDA) หรือ Foramen Ovale (PFO) ทำให้เกิด
ภาวะขาดออกซิเจนรุนแรงนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง รวมถึงภาวะขาดออกซิเจนต่อสมองและอวัยวะ
ล้มเหลวหลายระบบ ประเทศไทยมีอุบัติการณ์ของภาวะ PPHN 0.38 – 2.80 ต่อ 1,000 การเกิดมีชีพ และ
พบอัตราเสียชีวิตร้อยละ 24.0 - 39.5 ในกรณีรุนแรงอัตราเสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ โดยเฉพาะโรงพยาบาล
ที่ไม่มี Neonatologist ทรัพยากรต่างๆ รวมถึงแนวทางการรักษาที่เหมาะสม และ PPHN เป็นภาวะที่ระดับ
ออกซิเจนไม่คงที่ มีข้อจำกัดในการเคลื่อนย้าย ทำให้การส่งต่อไม่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม การใช้ Inhaled
Nitric Oxide (iNO) และแนวทางการดูแลแบบองค์รวม สามารถช่วยลดการเสียชีวิตและเพิ่มโอกาสรอดชีวิต
คุณภาพชีวิตของทารกดีขึ้นได้
จังหวัดนราธิวาสมีอุบัติการณ์ของภาวะ PPHN 1.04 ต่อ 1,000 การเกิดมีชีพ (ปี 2564 - ปี 2568
ไตรมาส 1) โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์เป็นโรงพยาบาลทั่วไป รับดูแลผู้ป่วยจากเครือข่ายโรงพยาบาล
ชุมชนในจังหวัด มีกุมารแพทย์และทีมพยาบาลดูแลหออภิบาลทารกแรกเกิด จากสถิติในปี 2564 และ 2565
มีอัตราเสียชีวิตจาก PPHN สูงถึงร้อยละ 100 เป็นสาเหตุเสียชีวิตอับดับที่ 2 แม้ว่าจะมีวิธีการรักษาและยาต่าง ๆ
รวมถึงการใช้เครื่องช่วยหายใจความถี่สูง แต่ยังมีข้อจำกัดหลายประการ ได้แก่ ไม่มี Neonatologist ไม่มี
การรักษาด้วย iNO และขาดแนวทางการดูแลที่เป็นระบบ ภาวะ PPHN พบสาเหตุส่วนใหญ่เป็นจากภาวะ
สูดสำลักขี้เทา (Meconium Aspiration Syndrome: MAS) ส่วนหนึ่งเป็นผลจากครรภ์เกินกำหนด (Post term)
ซึ่งเป็นสาเหตุที่ป้องกันได้ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะพัฒนาการรักษาที่เป็นมาตรฐานและสามารถ
นำไปใช้ได้จริง รวมถึงป้องกันสาเหตุที่ป้องกันได้ เพื่อเพิ่มอัตรารอดชีวิตของทารกกลุ่มนี้ โดยมีเป้าหมาย
ในการพัฒนาการดูแล PPHN ในโรงพยาบาลและเครือข่าย โดยการนำแนวทางที่เป็นระบบมาตรฐาน เช่น
การใช้ iNO และการติดตามทารกรอดชีวิตในระยะยาว
วัตถุประสงค์
1. เพื่อเพิ่มอัตรารอดชีวิตทารกแรกเกิด PPHN ให้ ≥ ร้อยละ 50
2. เพื่อลดอุบัติการณ์ MAS จาก Post term pregnancy ≥ ร้อยละ 50
3. เพื่อติดตามคุณภาพชีวิตทารกที่รอดชีวิตในระยะยาว ได้แก่ อัตราการได้นมแม่อย่างเดียว 6 เดือน ≥
ร้อยละ 60, อัตราการเจริญเติบโตตามเกณฑ์ ≥ ร้อยละ 80, อัตราการมีพัฒนาการสมวัย ≥ ร้อยละ 80, อัตรา
การเจ็บป่วยด้วยภาวะทางเดินหายใจมารักษาซ้ำใน 1 ปี < ร้อยละ 10

