Page 301 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 301
E74
วิธีการ
1. เตรียมชุมชน ซึ่งประกอบด้วย
1.1 ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกัน
1.2 ผู้ใหญ่บ้าน ,ผู้ช่วยฯและฝ่ายปกครองในหมู่บ้าน
1.3 พยาบาล รพ.สต.ในชุมชน
1.4 พยาบาลจิตเวช ใน รพ.
1.5 อสม. ผู้ดูแลในหมู่บ้าน
1.6 ตำรวจในพื้นที่ ของตำบล
1.7 เจ้าหน้าที่ พมจ. ประสานงานโดยนักสังคมสงเคราะห์
1.8 นักสังคมสงเคราะห์จาก รพ.
1.9 ผู้ป่วยและญาติ
2. ใช้หลัก 4 สร้าง 2 ใช้ โดยพยาบาลจิตเวชจาก รพช. นำเสนอประวัติผู้ป่วยโดยสังเขป ประชุมในกลุ่ม
เจ้าหน้าที่ ทั้งหมดยกเว้นผู้ป่วยและญาติ โดยใช้หลักประชาคม คือ ใช้ผังใยแมงมุม เพื่อเชื่อมโยงหน้าที่
3. ได้ผลสรุป ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน และอย่างไร
4. นำญาติและผู้ป่วย เข้าร่วม และชี้แจงอีกครั้ง
5. มีการเซ็นต์สัญญาโดยให้ผู้ป่วยรับทราบ โดยในสัญญาเขียนเรื่อง
5.1 การกินยาสม่ำเสมอ
5.2 การฉีดยาทุกวันที่ 15 ของเดือน
5.3 ตรวจปัสสาวะโดยตำรวจทุก 2 อาทิตย์
5.4 หากผิดสัญญา จะต้องไปอยู่ที่สถานไร้ที่พึ่ง สิชล รับทราบโดย พมจ.
6. ฝ่ายปกครองติดตามผลร่วมกับตำรวจ ทุก 2 อาทิตย์
ผลการศึกษา
ผู้ป่วยจิตเวชมีอาการที่ดีขึ้น ผลตรวจปัสสาวะพบในครั้งแรก ต่อมาตรวจไม่พบ ไปฉีดยาที่ รพ.สต. ทุกเดือน
โดยมี ตำรวจจาก สภอ.ฉวาง มาร่วมด้วยทุกครั้ง
อภิปรายผล
การนำเอา วัคซีนใจมาใช้ในผู้ป่วยจิตเวช โดยใช้ชุมชน ช่วยกันดูแลให้ครบทุกๆด้านจะทำให้ครอบครัว
และผู้ป่วยรู้สึกมีที่พึ่ง และชุมชนคนรอบข้างจะรู้สึกอบอุ่นใจ เสมือนมีที่ยึดเหนี่ยวทั้งทางกายและใจ
สรุปและข้อเสนอแนะ
1. สรุป
การนำนวัตกรรมวัคซีนใจมาใช้เพื่อดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีปัญหากลับเป็นซ้ำอย่างต่อเนื่อง นับเป็นเรื่องใหม่ที่
นำมาใช้กับชุมชน อาจเป็นเพราะในชุมชนไม่เคยมีการร่วมมือแบบนี้มาก่อน และนับเป็นมิติที่ดี ควรค่าแก่การ
ช่วยในการดูแลผู้ป่วยทุกประเภท
2. ข้อเสนอแนะ
ยังขาดมิติของการสร้างความหวังและโอกาส เพราะการสร้างงานให้เกิดขึ้นในชุมชน เป็นเรื่องที่ต้องใช้
งบประมาณ แต่ได้ฝากเรื่องนี้ให้ ผู้ใหญ่บ้านในการเข้าประชุม พชต. แล้ว ว่าควรเสนองบประมาณในที่ประชุม
แก่ อบต.

