Page 349 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 349
G15
ที่ร้านค้าประธาน อสม. มีการจัดบริการวัดความดันโลหิตแก่ประชาชนทั่วไป และใช้แอปพลิเคชั้น H4U ให้การ
บริการวิเคราะห์ข้อมูลรายบุคคล ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง พัฒนากระบวนการการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
โดยเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ป่วย ผู้ดูแล และ ผู้นำชุมชนในการตัดสินใจร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและ อสม.
ในการกำหนดกิจกรรมที่ใช้ร่วมกัน ผลการดำเนินการผู้ป่วยโรคเรื้อรังสามารถคุมระดับความดันโลหิตได้ดี
เพิ่มขึ้นร้อยละ 65 และ ในปี 2567 พัฒนาคลองปลาโดโมเดลมาประยุกต์ร่วมกับนโยบายสถานีสุขภาพ
ของกระทรวงสาธารณสุข ขยายสู่ 140 หมู่บ้าน ครอบคลุมทั้งอำเภอ มีจุดประสงค์เพื่อแก้ปัญหาโรคเรื้อรัง
ครบวงจร และลดความแออัดในสถานพยาบาล มีทีม อสม. เป็นผู้ดำเนินการ โดยได้รับสนับสนุนอุปกรณ์จาก
โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว ในการจัดบริการ ได้แก่ การตรวจวัดความดันโลหิต การเจาะตรวจ
น้ำตาล การชั่งน้ำหนัก การวัดส่วนสูง การวัดรอบเอว รู้ค่าดัชนีมวลกาย ประเมินสุขภาพจิตสุขภาพใจ
จุดตรวจวัดความเค็ม ด้วย Salt Mete และใช้กระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคลองปลาโดโมเดลมา
ดำเนินการ มีการเพิ่มบริการการจ่ายยาในผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่สามารถคุมสภาวะโรคได้ดี เพื่อสร้างแรงจูงใจ
ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ปัจจุบันองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ให้การสนับสนุนงบประมาณ
ทีม อสม. ได้รับการพัฒนาศักยภาพและฟื้นฟูความรู้ในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สถานีสุขภาพ
เป็นศูนย์การเรียนรู้สุขภาพชุมชนและการสร้างการเรียนรู้สุขภาพชุมชนอย่างยั่งยืน ต่อไป
ผลการด าเนินการ
การดำเนินงานในปี พ.ศ. 2567 มีการขยายสถานีสุขภาพ ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน จำนวน 140 แห่ง
มีผู้เข้าใช้บริการทั้งหมด 7,941 คน สามารถลดความแออัดของสถานพยาบาลได้ร้อยละ 8.52 โดยปี พ.ศ.2566
ที่มีจำนวนผู้รับบริการเฉลี่ยที่ 4.11 ครั้ง/คน/ปี เหลือเฉลี่ย 3.76 ครั้ง/คน/ปี ในจำนวนนี้มีจำนวนผู้ป่วย
โรคเรื้อรังที่สามารถคุมภาวะโรคได้ดีรับยาที่สถานีสุขภาพ จำนวน 749 คน คิดเป็นร้อยละ 68.84 รวมถึง
สามารถเพิ่มการเข้าถึงบริการของประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรัง จากร้อยละ 76.24 ในปี พ.ศ.2566 เป็นร้อยละ
91.82 สามารถลดอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรด้วยโรคเรื้อรัง จากร้อยละ 65.23 เป็นร้อยละ 52.31
จำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่พบภาวะแทรกซ้อนลดลง จากร้อยละ 40.86 เหลือร้อยละ 30.40 และสามารถ
ควบคุมภาวะโรคได้ดี เพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 48.31 เป็นร้อยละ 62.93 ผลการสำรวจความพึงพอใจในการรับ
บริการอยุ่ในระดับมากที่สุด ที่ร้อยละ 95.28 โดยการดำเนินการได้รับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินการ
จำนวนทั้งสิ้น 3,123,360 บาท จากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว ในด้านครุภัณฑ์ทางการแพทย์
จำนวน 1,816,360 บาท คิดเป็นร้อยละ 58.15 ด้านพัฒนาบุคลากร เจ้าหน้าที่และ อสม. จำนวน 607,000
บาท คิดเป็นร้อยละ 19.43 และ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น สนับสนุนจำนวน 700,000 บาท คิดเป็นร้อยละ
22.42
อภิปรายผล
ผลกระทบเชิงบวกระยะสั้น
1. เพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพ (Accessibility) ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้ง่ายขึ้น
ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปสถานพยาบาล และ ลดระยะเวลารอคอยในการรับบริการ โดยเฉพาะ
ในพื้นที่ห่างไกล
2.ลดความแออัดของสถานพยาบาล (Decongestion of Hospitals)

