Page 630 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 630

N9

                        ประสิทธิผลของการจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพอย่างบูรณาการโรงพยาบาลลำปาง


                                                   เภสัชกรหญิงวัชราพร กิ่งศักดิ์ เภสัชกรหญิงรัชพิณ ชินวณิชัย และคณะ
                                                                      โรงพยาบาลลำปาง จังหวัดลำปาง เขตสุขภาพที่ 1

                                                                                                ประเภท วิชาการ

                  ความสำคัญของปัญหาวิจัย

                         การดื้อยาต้านจุลชีพ (Antimicrobial Resistance: AMR) เป็นปัญหาระดับโลกที่ส่งผลกระทบต่อ
                  ความรุนแรงของการติดเชื้อ ค่าใช้จ่ายในการรักษา และอัตราการเสียชีวิต โดยเฉพาะในประเทศไทยที่อัตรา
                  การดื้อยาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น การดื้อยา Imipenem ของเชื้อ Klebsiella pneumoniae จาก 0.8%
                  เป็น 8.4% ภายในเวลาไม่ถึง 10 ปี กระทรวงสาธารณสุขจึงได้จัดทำยุทธศาสตร์การจัดการ AMR แห่งชาติ

                  ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2566–2570) และกำหนดให้โรงพยาบาลดำเนินงานตามกรอบ Integrated AMR Management
                  (IAM) เพื่อควบคุมปัญหาการดื้อยาอย่างเป็นระบบ โรงพยาบาลลำปางได้ขับเคลื่อนระบบ IAM อย่างเป็นรูปธรรม
                  ครอบคลุม 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ (1) กลไกบริหารจัดการ (Governance Mechanism) (2) ระบบเฝ้าระวัง

                  เชื้อดื้อยา (AMR Surveillance) (3) การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล (Infection Prevention
                  and Control) และ (4) การควบคุมกำกับการใช้ยาต้านจุลชีพ (Antimicrobial Stewardship: ASP) โดยบูรณาการ
                  การทำงานของทีมสหวิชาชีพ เพื่อควบคุมการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสม และลดการเกิดเชื้อดื้อยา
                         การศึกษานี้มีความสำคัญในการประเมินประสิทธิผลของแนวทางการดำเนินงาน IAM และ ASP
                  ของโรงพยาบาลลำปาง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตัวชี้วัดของการดำเนินงาน RDU - AMR ปี 2567 คือ ควบคุม

                  อัตราการติดเชื้อดื้อยาในกระแสเลือด (CRAB, CRKP, CREC) ไม่ให้เพิ่มขึ้นจากปีก่อน และต่ำกว่าค่าเฉลี่ย
                  ของโรงพยาบาลระดับเดียวกัน

                  วัตถุประสงค์การศึกษา
                          เพื่อประเมินประสิทธิผลของการจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพอย่างบูรณาการในโรงพยาบาลลำปาง
                  โดยพิจารณาจากการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสม และอุบัติการณ์การพบเชื้อดื้อยา


                  วิธีการศึกษา
                         การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาแบบย้อนหลัง เปรียบเทียบผลการดำเนินงานการจัดการการดื้อยา
                  ต้านจุลชีพในโรงพยาบาลระหว่างปี 2566 และ 2567 ข้อมูลที่ใช้ประกอบการศึกษามาจากระบบสารสนเทศ
                  โรงพยาบาล, AMR Surveillance and Monitoring MOPH Dashboard, โปรแกรม AMASS, แบบฟอร์ม

                  ประเมินความเหมาะสมของการใช้ยา และผลเพาะเชื้อจากห้องปฏิบัติการ โดยประเมินตัวชี้วัดหลัก 2 ด้าน
                  ได้แก่ความเหมาะสมของการใช้ยาต้านจุลชีพ และอุบัติการณ์การติดเชื้อในกระแสเลือดจากเชื้อดื้อยา
                  (hospital-origin bacteremia) ต่อ hemoculture 100,000 ราย โดยมีการเน้น 3 ชนิดเชื้อหลัก ได้แก่
                  Acinetobacter baumannii (CRAB), Klebsiella pneumoniae (CRKP) และ Escherichia coli (CREC)

                  ตามตัวชี้วัด AMR ปี 2567 การวิเคราะห์ผลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ อัตรา และการเปลี่ยนแปลง
                  สัมพัทธ์ เพื่อเปรียบเทียบผลระหว่างสองปี
                  การดำเนินงานครอบคลุม 4 องค์ประกอบหลักของ IAM ดังนี้
                         1) กลไกการจัดการ AMR: ขับเคลื่อนผ่านคณะกรรมการ PTC, RDU-AMR และ ICC

                         2) การเฝ้าระวังทางห้องปฏิบัติการ: พัฒนาระบบ Lab Alert, cascade reporting, antibiogram
   625   626   627   628   629   630   631   632   633   634   635