Page 746 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 746
P41
วัตถุประสงค์การศึกษา
เพื่อเปรียบเทียบภาวะท้องอืดหลังผ่าตัดช่องท้องใน 3 วัน ระหว่างให้การพยาบาลปกติ และการพยาบาล
หลังผ่าตัดช่องท้องร่วมกับการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า
วิธีการศึกษา
การวิจัยนี้ใช้รูปแบบการศึกษาแบบ Intervention Research (Interrupted time series design) เก็บข้อมูล
ไปข้างหน้า Prospective data collection โดยศึกษาในผู้ป่วยอายุ 18 ปีขึ้นไปที่เข้ารับการรักษา ด้วยการผ่าตัด
ช่องท้องและนอนรักษาในหอผู้ป่วยมากกว่า 3 วัน ที่แผนกศัลยกรรม โรงพยาบาลหนองบัวลำภูระหว่างเดือน
พฤศจิกายน ถึงเดือน ธันวาคม 2566 จำนวน 40 รายแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 20 ราย
1. ประชากรกลุ่มตัวอย่าง
กลุ่มผู้ป่วยที่เข้ารักษาด้วยการผ่าตัดช่องท้อง ที่แผนกศัลยกรรม โรงพยาบาลหนองบัวลำภู ระหว่าง
เดือน พฤษจิกายน - ธันวาคม 2566
เกณฑ์คัดเข้า : ผู้ป่วยหลังผ่าตัดช่องท้องนอนรักษาตัวมากกว่า 3 วัน แผนกศัลยกรรม อายุ ≥18 ปีขึ้นไป
GCS ≥ 10 รู้สึกตัว สื่อสารรู้เรื่อง ผ่าตัดช่องท้องนอนรักษาในโรงพยาบาล ≥3 วัน ไม่มีแผลที่เท้า หรือโรคติดต่อ
ผิวหนังที่เท้า
เกณฑ์คัดออก : ไม่ยินยอมเข้าร่วมวิจัย เสียชีวิตก่อนครบติดตาม ขอออกจาการวิจัย อายุ < 18 ปี ผ่าตัด
ช่องท้อง นอนรักษาตัวในโรงพยาบาล น้อยกว่า3วัน ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว GCS<10 มีแผลที่เท้าหรือโรคติดต่อผิวหนัง
ที่เท้ากลุ่มตัวอย่างแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มที่ 1 ใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลแบบเดิมโดยเก็บข้อมูล เตือน พฤศจิกายน 2566 ผู้ป่วยผ่าตัด
ช่องท้อง n = 20 คน
กลุ่มที่ 2 ใช้แนวปฏิบัติการพยาบาล ร่วมกับนวดกดจุดสะท้องผ่าเท้า ทั้ง 2 ข้าง ข้างละ 20 นาที 1 ครั้ง/วัน
ทั้งหมด 3 วัน โดยเก็บข้อมูลเดือน ธันวาคม 2566 n = 20 คน
2. การคำนวณกลุ่มตัวอย่าง
จากการศึกษานำร่อง พบว่าประสิทธิผลการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดช่องท้อง ร่วมกับการนวดกดสะท้อน
ฝ่าเท้าเพื่อลดภาวะท้องอืด ในผู้ป่วยผ่าตัดช่องท้อง แผนกศัลยกรรม โรงพยาบาลหนองบัวลำภู ภายใต้สมมุติฐานว่า
ค่าเฉลี่ยคะแนนภาวะท้องอืดหลังผ่าตัดในวันที่ 2 ในกลุ่มให้การพยาบาลในผู้ป่วยผ่าตัดช่องท้อง เท่ากับ 9.2
(± 1.00) และในกลุ่มที่ใช้การพยาบาลผู้ป่วยหลังผ่าตัดช่องท้องร่วมกับนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า ลดลเหลือ 7.4
(± 2.5) ใช้การทดสอบ two-sided ระดับ significance=0.05 และ power=0.80 กำหนดให้เป็น ratio=1:1
คำนวณจำนวนผู้ป่วยได้กลุ่มละ 18 ราย รวมเป็น 36 ราย

