Page 77 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 77
B13
3.1 จัดทำแนวทางเวชปฏิบัติการวินิจฉัย และรักษาภาวะไข้จากเม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟิลล์ต่ำ
(CPG Febrile neutropenia)
3.2 จัดทำแบบบันทึกสัญญาณเตือนภาวะวิกฤตเมื่อมีการติดเชื้อ (early warning sign) ตาม
อายุผู้ป่วย เพื่อให้พยาบาลรายงานแพทย์ได้อย่างทันท่วงที เช่น BT> 37.8 C, PR <60/min
หรือ >140/min รวมถึงอาการผิดปกติอื่น ๆ เช่น ซึม มีผื่น ถ่ายเหลว เป็นต้น หลังได้รับ
รายงานจากพยาบาล แพทย์จะมาตรวจประเมินอาการผู้ป่วย ปฏิบัติตาม CPG Febrile
neutropenia ของโรงพยาบาลราชบุรี และให้ยาปฏิชีวนะที่ครอบคลุมเชื้อโรคในภาวะไข้จาก
เม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟิลล์ต่ำกับผู้ป่วยอย่างรวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมง
3.3 จัดทำ line official เพื่อติดตามและช่วยเหลือผู้ป่วยหลังได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด
3.4 จัดตารางรับปรึกษาการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งเด็กตลอด 24 ชั่วโมง โดยกุมารแพทย์โรค
เลือดและมะเร็งเด็ก
3.5 แพทย์และพยาบาลมีการป้องกันการติดเชื้อโดยการใส่ชุดกาวน์ หมวก หน้ากากป้องกัน
ใบหน้า(face-shield) และหน้ากากอนามัยเวลาทำหัตถการกับผู้ป่วย
4. การเก็บข้อมูลและการวิเคราะห์: เก็บข้อมูลอัตราการย้ายเข้า PICU ในช่วง 1 ปี ก่อนและหลังใช้
best practice วิเคราะห์ข้อมูลอัตราการย้ายเข้า PICU และ อัตราการรอดชีวิตในผู้ป่วย ALL
ผลการศึกษา
หลังจากนำแนวทาง best practice มาใช้มีการเปรียบเทียบผลช่วงก่อนและหลังการ
ดำเนินการ พบว่าอัตราการย้ายเข้า PICU ลดลง และอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วย ALL เพิ่มขึ้น
อภิปรายผล
- ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาตาม CPG febrile neutropenia มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงลดลง
ทำให้ลดอัตราการย้ายเข้า PICU และลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย ALL
- การใช้ early warning sign เฝ้าระวังผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงสูง ทำให้สามารถให้การรักษาผู้ป่วยได้เร็วขึ้น
ช่วยลดอัตราการย้ายเข้า PICU และลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย ALL ได้อย่างมีนัยสำคัญ
- การศึกษานี้เป็น Before-After Study อาจมีปัจจัยแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อผลลัพธ์ ดังนั้นต้องมี
การศึกษาติดตามในระยะยาว เพื่อประเมินผลกระทบของแนวทางนี้

