Page 797 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 797
Q30
ผลของมาตรการปรับกระบวนการจัดสรรหมุนเวียนเตียงผู้ป่วยวิกฤติอายุรกรรมต่อระยะเวลา
ในการส่งต่อผู้ป่วยจากห้องฉุกเฉิน: การวิเคราะห์เปรียบเทียบก่อนและหลัง
นางรุจิรา ขำคง นางสาวสวรรยา อ่อนลิ้ม และคณะ
โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี เขตสุขภาพที่ 6
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญของปัญหา
การรอคอยเตียงในหอผู้ป่วยวิกฤติ ถือเป็นปัญหาสำคัญในระบบบริการสุขภาพ โดยเฉพาะในผู้ป่วย
ที่มาจากห้องฉุกเฉิน ซึ่งมักมีภาวะวิกฤติและจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน หากกระบวนการจัดการ
เตียงขาดประสิทธิภาพ ระยะเวลารอคอยอาจยืดเยื้อจนเกิดความล่าช้าในการรักษา และเพิ่มความเสี่ยงต่อ
ภาวะแทรกซ้อน จากการวิเคราะห์ปัญหาในสถานพยาบาลเบื้องต้น พบว่าสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยได้เข้าถึง
หอผู้ป่วยวิกฤติช้า ได้แก่
1. การรอเตียงเนื่องจากอัตราการครองเตียงสูง
2. การต้องทำ Terminal Cleaning ในกรณีเคสดื้อยา ซึ่งใช้เวลาพอสมควร
3. “คอขวด” (bottleneck) ในขั้นตอนการสื่อสารระหว่างแพทย์ เจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉิน และพยาบาล
ผู้ป่วยวิกฤติ จึงได้มีการพัฒนามาตรการจัดสรรหมุนเวียนเตียงใหม่ ร่วมกับระบบการจองเตียง เพื่อเพิ่ม
ประสิทธิภาพและลดระยะเวลารอคอยโดยรวม
วัตถุประสงค์
เพื่อประเมินผลของมาตรการจัดสรรหมุนเวียนเตียงหอผู้ป่วยวิกฤติอายุรกรรม แบบใหม่ในการ
ลดระยะเวลารอคอยของผู้ป่วยวิกฤติ โดยเปรียบเทียบช่วงเวลาก่อน (ม.ค. 2566 – ต.ค. 2566) กับหลัง (พ.ย.
2566 – ก.ย. 2567) การดำเนินมาตรการ
วิธีการศึกษา
เป็นการวิจัยแบบ before - after study โดยแผนกหอผู้ป่วยวิกฤติอายุรกรรมจัดให้มีเตียง 1 เตียงสำหรับ
รอรับย้ายหรือรับผู้ป่วยใหม่ เพื่อช่วยลดระยะเวลาการรอคอย เก็บข้อมูลระยะเวลาในลำดับขั้นตอนต่าง ๆ คือ
1. ระยะเวลาจากอายุรแพทย์/แพทย์เวรอายุรกรรมรับปรึกษา ถึง เวลาที่ห้องฉุกเฉินโทรจองเตียง
2. ระยะเวลาจากห้องฉุกเฉินโทรจองเตียง ถึง พยาบาลหอผู้ป่วยวิกฤติรับเวร
3. ระยะเวลาจากพยาบาลหอผู้ป่วยวิกฤติรับเวร ถึง ผู้ป่วยถึงหอผู้ป่วยวิกฤติ (ICU)
4. ขั้นตอนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (เช่น การทำ Terminal Cleaning ในเคสดื้อยา) โดยข้อมูลวิเคราะห์
เป็นค่าเฉลี่ย (Mean) ± ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) เพื่อเปรียบเทียบก่อนและหลังการจัดสรรหมุนเวียนเตียงใหม่
ผลการศึกษา
หลังดำเนินมาตรการจัดสรรหมุนเวียนเตียงหอผู้ป่วยวิกฤติอายุรกรรมใหม่ พบว่าระยะเวลารวม ตั้งแต่
เริ่มกระบวนการรับปรึกษาจนผู้ป่วยถึงหอผู้ป่วยวิกฤติลดลงจาก 72.53 ± 54.08 นาที เป็น 71.99 ± 41.18 นาที

