Page 845 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 845
R17
ค่า conventional effect size ขนาดใหญ่ (Portney et al., 2009) ระดับนัยสำคัญ และอำนาจในการทดสอบ
อยู่ที่ 0.05 และ 0.9 ตามลำดับ คำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดจำนวน 13 คน อนุญาตให้ออกกลางคัน
20% ได้ผู้เข้าร่วมวิจัยสำหรับโครงการวิจัยนี้จำนวน 16 คน โดยมีเกณฑ์การคัดเข้า คือ เกณฑ์การคัดเลือก
ผู้เข้าร่วมวิจัย (Inclusion criteria) ผู้เข้าร่วมวิจัยที่มีอาการข้อเข่าเสื่อม และรอการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า
(Primary and unilateral TKA) ผู้เข้าร่วมวิจัยสามารถเข้าใจหรือสื่อสารและทำตามคำสั่งได้ เกณฑ์การคัดออก
ผู้เข้าร่วมวิจัย (Exclusion criteria) ได้แก่ ผู้เข้าร่วมวิจัยที่มีภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า สูญเสีย
การมองเห็นที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการใส่แว่น คอนแท็คเลนท์ หรือการผ่าตัดโรคทางระบบประสาท
โรคระบบหัวใจและหลอดเลือดอย่างรุนแรง ไม่สามารถเดินได้โดยใช้เครื่องช่วยเดินไม่เข้าใจวัตถุประสงค์
ของโครงการวิจัยอันเนื่องมาจากความบกพร่องด้านการรับรู้และสุขภาพจิตไม่สามารถเข้ารับการติดตามอาการ
หลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า 6 เดือน
การดำเนินการ
1. ผู้วิจัยประเมินคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมวิจัยตามเกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้าร่วมและเกณฑ์การคัดออก
และให้เซ็นชื่อในเอกสารขอความยินยอมในการเข้าร่วมโครงการงานวิจัยด้วยตนเอง (consent form)
2. ผู้เข้าร่วมวิจัยจะได้รับการออกกำลังกายข้อเข่าร่วมกับการใช้แสงเลเซอร์เป็นข้อมูลป้อนกลับ
หลังผ่าตัดวันที่ 1 - 14 ในท่าการออกกำลังกายข้อเข่าในท่าการออกกำลังกายแบบเกร็งกล้ามเนื้อ quadriceps
(isometric quadricep exercise) ท่ายกขาขึ้นแบบเข่าเหยียดตรง (straight leg raise) ท่าเหยียดเข่าช่วงสุดท้าย
ในท่านอนหงาย (terminal knee extension exercise in supine lying) ท่างอและเหยียดเข่าในท่านั่ง
(knee flexion and extension exercise in sitting) ท่าเหยียดเข่าช่วงสุดท้ายในท่ายืน (terminal knee
extension exercise in standing) การฝึกความสมมาตรของการเคลื่อนไหวในท่ามินิสควอช (mini - squat)
และท่านั่งลุกขึ้นยืน (sit to stand training) การออกกำลังกายทุกท่าจะทำ 10 ครั้ง/เซ็ต 1 - 2 เซ็ต/วัน
ถ้าผู้เข้าร่วมวิจัยทำได้ดีสามารถเพิ่มได้ถึง 3 เซ็ต/วัน หากผู้เข้าร่วมวิจัยมีอาการปวดรุนแรง (มากกว่าระดับ 7)
ขณะออกกำลังกายจะงดการฝึกในวันนั้น และให้โปรแกรมออกกำลังกายในวันถัดไป
3. ประเมินช่วงการเคลื่อนไหวข้อเข่า และประเมินคุณภาพชีวิต จำนวน 4 ช่วงเวลา ได้แก่ วันก่อนเข้ารับ
การผ่าตัด หลังผ่าตัดในเดือนที่ 1, เดือนที่ 3 และเดือนที่ 6
4. การวิเคราะห์ทางสถิติใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำ (Repeated measure ANOVA)
เพื่อวิเคราะห์ช่วงการเคลื่อนไหวข้อเข่าและคุณภาพชีวิตของผู้เข้าร่วมวิจัย ในวันก่อนเข้ารับการผ่าตัดหลังผ่าตัด
ในเดือนที่ 1, เดือนที่ 3 และเดือนที่ 6 และทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่ (post hoc test)
โดยใช้สถิติ Bonferroni และกำหนดระดับนัยสำคัญที่ 0.05
ผลการศึกษา
มุมงอเข่า ภายหลังการออกกำลังกายข้อเข่าร่วมกับการใช้วิธีการป้อนกลับด้วยสายตาโดยใช้
แสงเลเซอร์ พบว่า ค่าเฉลี่ยของมุมงอเข่าในวันก่อนผ่าตัด, หลังผ่าตัดเดือนที่ 1 และ 3 มีความแตกต่างกัน
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001, p< 0.05) โดยพบว่า ค่าเฉลี่ยมุมงอเข่าหลังผ่าตัดเดือนที่ 1 และ 3 มีมุมงอเข่า
น้อยกว่าก่อนผ่าตัดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (หลังผ่าตัดเดือนที่ 1 = 107.26±2.39, (p<0.01) หลังผ่าตัดเดือน

