Page 849 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 849
R21
วัตถุประสงค์การศึกษา
1. เพื่อศึกษาสถานการณ์และปัจจัยที่ส่งผลต่อความล่าช้าในการผ่าตัดช่องทางด่วนในผู้สูงอายุที่กระดูก
สะโพกหักในโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
2. เพื่อพัฒนาแนวทางการดูแลแบบสหสาขาวิชาชีพการผ่าตัดช่องทางด่วนในผู้สูงอายุที่กระดูกสะโพกหัก
3. เพื่อประเมินผลลัพธ์ของการใช้แนวทางการดูแลแบบสหสาขาวิชาชีพในการผ่าตัดช่องทางด่วน
จากระยะเวลาการรอคอยผ่าตัด ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด จำนวนวันนอนโรงพยาบาล
วิธีการศึกษา
1. รูปแบบการศึกษา (Study Design) การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development
: R&D) ซึ่งดำเนินการเป็นขั้นตอนตามลำดับ ดังนี้
ระยะที่ 1 ศึกษาสถานการณ์และปัจจัยที่ส่งผลต่อความล่าช้าในการผ่าตัดช่องทางด่วนในผู้สูงอายุ
ที่กระดูกสะโพกหัก ด้วยการทบทวนเวชระเบียน
ระยะที่ 2 พัฒนาแนวทางการดูแลแบบสหสาขาวิชาชีพโดยใช้ข้อมูลจากระยะที่ 1 และร่วมออกแบบ
แนวทางกับทีมบุคลากรทางการแพทย์
ระยะที่ 3 ทดลองใช้แนวทางการดูแลในกลุ่มผู้ป่วยนำร่องและประเมินความเป็นไปได้
ระยะที่ 4 ปรับปรุงแนวทางการดูแลตามข้อมูลที่ได้รับจากระยะที่ 3
ระยะที่ 5 ประเมินผลลัพธ์ของการใช้แนวทางการดูแลแบบสหสาขาวิชาชีพ
แนวทางการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง
1. ผู้สูงอายุทั้งเพศชาย และเพศหญิงอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีกระดูกสะโพกหัก
และต้องเข้ารับการผ่าตัด
2. กระดูกสะโพกหักบริเวณตำแหน่ง Fracture neck of femur, Intertrochanteric fracture
และ Subtrochanteric fracture
3. บุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ แพทย์ออร์โธปิดิกส์ วิสัญญีแพทย์ แพทย์อายุรกรรม
พยาบาลศัลยกรรมกระดูก นักกายภาพบำบัด เภสัชกร และนักโภชนาการ
เกณฑ์การคัดออกจากการศึกษา
1. ผู้ป่วยอายุน้อยกว่า 60 ปี
2. ผู้ป่วยที่มีกระดูกหักที่อื่นร่วมด้วย
3. ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว
ผลการศึกษา
ระยะที่ 1 ศึกษาสถานการณ์และปัจจัยที่ส่งผลต่อความล่าช้าในการผ่าตัดช่องทางด่วนในผู้สูงอายุ
ที่กระดูกสะโพกหัก ด้วยการทบทวนเวชระเบียนพบว่า ผู้ป่วยผ่าตัดเกิน 72 ชั่วโมง ร้อยละ 72.61% ผ่าตัด
ภายใน 48 - 72 ชั่วโมง ร้อยละ 27.38% พบภาวะแทรกซ้อน 15.15% แผลกดทับ การติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ
ภาวะสับสน การผ่าตัดผู้สูงอายุที่กระดูกสะโพกหักยังไม่ถูกจัดเป็นการผ่าตัดเร่งด่วน ทำให้ต้องรอการผ่าตัดนาน
ไม่มีแนวทางการดูแลสหสาขาที่ชัดเจน

