Page 866 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 866
R38
ผลการศึกษา
ตัวชี้วัดรายการ (N=8) Pelvic Binder แบบเก่า EASY Pelvic Binderแบบใหม่
1. ตำแหน่งระหว่าง Greater trochanter 8 ราย 8 ราย
2. Position ขามีinternal rotation 15 องศา 4 ราย 7 ราย
3. V/S จาก BP Drop เริ่ม stable ขึ้น 0 ราย 0 ราย
4. Filmจากเดิมที่Symphysis อ้าก็หุบเข้ามา 3 ราย 7 ราย
5. ใช้เวลาในการดาม 13-15 นาที 5-7 นาที
อภิปรายผล
จากการศึกษาผลของการใช้นวัตกรรม EASY Pelvic Binder เปรียบเทียบกับวิธีการดามสะโพก
แบบเดิมที่ใช้ผ้าปูเตียง พบว่า นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นสามารถตอบโจทย์ปัญหาที่พบในบริบทของโรงพยาบาล
ชุมชนได้อย่างชัดเจน ทั้งในด้านประสิทธิภาพ ความสะดวกในการใช้งาน ความปลอดภัยของผู้ป่วย และการลดภาระ
ของบุคลากรผลการศึกษาพบว่า EASY Pelvic Binder สามารถช่วยลดเวลาในการดามกระดูกสะโพกลงได้
อย่างมีนัยสำคัญ จากเฉลี่ย 13 – 15 นาที เหลือเพียง 5 – 7 นาทีต่อราย ซึ่งเป็นผลมาจากโครงสร้าง
ของนวัตกรรมที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย มีความยืดหยุ่น และสามารถติดตั้งได้โดยบุคลากรจำนวนน้อย
การลดระยะเวลาดังกล่าว มีผลต่อความรวดเร็วในการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการลดอัตรา
การบาดเจ็บซ้ำและเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยในด้านผลทางคลินิกพบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการดามด้วย
EASY Pelvic Binder มีตำแหน่งการวางอยู่ในแนวของ Greater trochanter ได้ครบทุกเคส เช่นเดียวกับวิธีเดิม
แต่สามารถจัดให้ขาอยู่ในท่า Internal Rotation ได้มากกว่า (7 ราย เทียบกับ 4 ราย) อีกทั้งภาพฟิล์มหลังการดาม
ยังพบว่า มีการหุบของ Symphysis pubis ชัดเจนมากขึ้น (7 ราย เทียบกับ 3 ราย) แสดงให้เห็นถึงการควบคุม
การเคลื่อนไหวของกระดูกเชิงกรานที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า
อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบความแตกต่างในตัวชี้วัดด้านค่าความดันโลหิต (BP) ที่กลับสู่ระดับ stable
หลังการดาม ซึ่งอาจเป็นผลจากปัจจัยทางสรีรวิทยาอื่น ๆ ที่ไม่สามารถควบคุมได้โดยตรงจากการดาม
เพียงอย่างเดียว เช่น ปริมาณเลือดที่สูญเสีย หรือการตอบสนองต่อการรักษาอื่นร่วมด้วยในด้านของบุคลากร
ผู้ให้บริการพบว่า การใช้ EASY Pelvic Binder ช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อจากการทำงานซ้ำ ๆ และลดความเสี่ยง
ต่อการบาดเจ็บจากการใช้แรงงานมากในขณะเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมความปลอดภัย
ในสถานที่ทำงาน
สรุปและข้อเสนอแนะ
นวัตกรรม EASY Pelvic Binder ที่พัฒนาขึ้นโดยโรงพยาบาลภักดีชุมพลสามารถนำมาใช้ทดแทน
วิธีการดามสะโพกแบบเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถลดระยะเวลาในการปฏิบัติงาน ลดภาระ
ของบุคลากร เพิ่มความปลอดภัยและช่วยลดโอกาสเกิดการบาดเจ็บซ้ำของผู้ป่วยระหว่างการเคลื่อนย้ายและส่งต่อ
ทั้งยังสามารถประยุกต์ใช้ได้จริงในบริบทของโรงพยาบาลชุมชนที่มีทรัพยากรจำกัดได้เป็นอย่างดี

