Page 868 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 868
R40
การพัฒนาแนวทางการเฝ้าระวังการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ
(Venous Thromboembolism : VTE) ในผู้ป่วยกระดูกสะโพกหัก (Hip Fracture)
โรงพยาบาลศรีสะเกษ
นางสมฤดี บุญเหลือ
โรงพยาบาลศรีสะเกษ เขตสุขภาพที่ 10
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
ในปัจจุบันปัญหากระดูกสะโพกหักนับเป็นโรคสำคัญและพบได้ค่อนข้างบ่อยโดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ
ภัยเงียบที่มากับสังคมผู้สูงอายุคือโรคกระดูกพรุน ส่งผลให้ผู้ป่วยมีกระดูกหักได้ง่ายกว่าปกติโดยเฉพาะกระดูกสะโพก
เมื่อกระดูกสะโพกหักผู้ป่วยจะมีอาการปวดบริเวณรอบสะโพก ไม่สามารถเดินหรือยืนลงน้ำหนักที่ขาข้างนั้นได้
หรืออาจยืนได้แต่ปวดมาก สาเหตุที่พบมากที่สุดคือ การหกล้มลงบนพื้นภาวะกระดูกสะโพกหักเป็นการบาดเจ็บ
ที่ถือว่ารุนแรงและอาจถึงแก่ชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันการ โดยความเสี่ยงของการหัก
เพิ่มขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ผู้สูงอายุมักมีโรคประจำตัวและต้องใช้ยาประจำตัวหลายชนิดซึ่งอาจมี
ผลข้างเคียงทำให้ง่วงซึมหรือมึนงง ปัญหาสายตาฝ้าฟางมองไม่ชัดและการทรงตัวที่ไม่ดีปัจจัยที่กล่าวมาทั้งหมด
ทำให้ผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่จะล้มแล้วเกิดภาวะกระดูกสะโพกหักตามมา ภาวะแทรกซ้อนที่มักเกิดตามมาคือ
ผู้ป่วยจำนวนครึ่งหนึ่งจะไม่สามารถกลับไปเดินเหมือนเดิมได้อีก ทำให้กลายเป็นผู้ป่วยนอนติดเตียงซึ่งจะทำให้
เกิดโรคแทรกซ้อน เช่น ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำที่ขาหรือภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่ปอด แผลกดทับ
การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะและทางเดินหายใจ เป็นต้น โรคแทรกซ้อนเหล่านี้เป็นสาเหตุหลักในการเสียชีวิต
ของผู้ป่วยที่มีกระดูกสะโพกหัก (World Health Organization, 2016) โดยเฉพาะภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่ปอด
ดังนั้น การรักษาด้วยการผ่าตัดภายใน 48 - 72 ชั่วโมง รวมถึงการเฝ้าระวังและสังเกตภาวะแทรกซ้อน
ที่ครอบคลุมตลอดจนการฟื้นฟูสภาพผู้ป่วยอย่างรวดเร็วจะสามารถเพิ่มโอกาสการหาย รวมทั้งเพิ่มโอกาส
รอดชีวิตได้อย่างแน่นอน
สถิติผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักโรงพยาบาลศรีสะเกษ ปี 2565 - 2567 จำนวนผู้ป่วยทั้งหมด 230, 278
และ 230 ราย จำนวนผู้ป่วยที่รับการรักษาโดยการผ่าตัด 187, 237 และ 195 ราย ผ่าตัดภายใน 72 ชั่วโมง
หลังเกิดเหตุ จำนวน 91, 179 และ 135 ราย (เป้าหมาย ≥ร้อยละ 60) คิดเป็นร้อยละ 48.66, 75.53 และ
69.23 ผ่าตัดภายใน 48 ชั่วโมง หลัง Admit จำนวน 107, 154 และ 151 ราย คิดเป็นร้อยละ 57.22, 64.98
และ 77.44 (เป้าหมาย ≥ร้อยละ 50) หลังผ่าตัดพบภาวะแทรกซ้อนสำคัญซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยอาการทรุดลง
และ/หรือเสียชีวิต คือ ภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่ปอด จำนวน 1, 1 และ 2 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.43, 0.72 และ
0.87 จำนวนผู้ป่วยเสียชีวิตขณะรับการรักษา 1, 2 และ 3 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.53, 0.84 และ 1.54 ตามลำดับ
ซึ่งจะเห็นได้ว่า สถิติการผ่าตัดภายใน 72 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุและภายใน 48 ชั่วโมงหลัง Admit สามารถทำได้

